ททท.เพชรบุรี เร่งยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่ตลาดคุณภาพ ปั้นชะอำ-หัวหินเป็น Wedding Destination เจาะนักท่องเที่ยวอินเดีย ลุ้นสนามบินหัวหินเปิดรับเที่ยวบินจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน และเซี่ยงไฮ้ หวังเพิ่มรายได้ท่องเที่ยว หลังปี 68 สร้างเม็ดเงินกว่า 37,000 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้ตั้งเป้าปีนี้เติบโต 5%

ชู Wedding Destination ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ

น.ส.ดวงใจ คุ้มสะอาด ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า จ.เพชรบุรี เดินหน้ายกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพ โดยผลักดันตลาดกลุ่มศักยภาพ ได้แก่ ตลาดงานแต่งงาน (Wedding Destination), กอล์ฟ, เวลเนส, ลักชัวรี่, กีฬา และกลุ่มครอบครัว เพื่อเพิ่มรายได้และการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว พร้อมรองรับการขยายตัวของตลาดต่างประเทศในอนาคต

สำหรับตลาดงานแต่งงาน ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของพื้นที่ชะอำ และหัวหินขณะที่นักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นและจีนยังมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย

โดยปัจจุบันโรงแรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ชะอำ-หัวหิน หลายแห่ง อาทิ โซ โซฟิเทล หัวหิน,บาบา บีช คลับ หัวหิน ชะอำ บาย ศรีพันวา, ดุสิตธานี หัวหิน, เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา และ อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท เป็นติน เปิดรับการจัดงานแต่งงานแบบปิดทั้งโรงแรม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า โดยคาดว่ามีโรงแรมที่พร้อมรองรับตลาดดังกล่าวไม่น้อยกว่า 20 แห่ง

“เพชรบุรีถือเป็นจุดหมายปลายทางที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีศักยภาพทั้งด้านแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม บรรยากาศ และสถานที่รองรับการจัดงานแต่งงาน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มคู่รักและกลุ่มคู่แต่งงานจากประเทศอินเดีย”

น.ส.ดวงใจกล่าวว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 นักท่องเที่ยวยุโรปยังกลับมาไม่เต็มที่ ทำให้ผู้ประกอบการหันมารุกตลาดงานแต่งงานมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการเข้าพักและสร้างรายได้ให้โรงแรม

ขณะเดียวกัน ททท. ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการโรงแรมในหัวหินและชะอำ เพื่อกำหนดตลาดเป้าหมายรองรับการพัฒนาท่าอากาศยานหัวหิน โดยให้ความสำคัญกับสิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน และเซี่ยงไฮ้ เนื่องจากมองว่าสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการบินที่สามารถเชื่อมต่อผู้โดยสารจากหลายประเทศ รวมถึงตลาดอินเดีย เข้าสู่พื้นที่ได้ในอนาคต หากมีเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศ

สำหรับภาพรวมการท่องเที่ยวจ.เพชรบุรี ปี 2568 มีนักท่องเที่ยวรวม 10.84 ล้านคน สร้างรายได้ 37,002 ล้านบาท โดย 90% เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ส่วนช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีนักท่องเที่ยว 4.89 ล้านคน สร้างรายได้ 16,291 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

แพ็กเกจแต่งงานเริ่ม 3.8 ล้านบาท หรูสุดแตะ 10 ล้านบาท

Zaffar Javid Noor Director of Events Management โรงแรมโซ โซฟิเทล หัวหิน เปิดเผยว่าตลาดงานแต่งงานของนักท่องเที่ยวอินเดียยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจุดแข็งของพื้นที่เพชรบุรี-หัวหิน คือการเป็นจุดหมายปลายทางที่สร้างความแตกต่างจากสถานที่จัดงานเดิม ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมของคู่บ่าวสาวชาวอินเดียที่ต้องการจัดงานแต่งในสถานที่ไม่ซ้ำกับคนในครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน

Zaffar กล่าวว่า ปัจจุบันงบประมาณการจัดงานแต่งงานของลูกค้าชาวอินเดียมีความหลากหลาย ซึ่งการจัดงานแต่งงานของชาวอินเดียวเกือบทั้งหมดจะเป็นแบบปิดทั้งโรงแรม (Buy Out) โดยแพ็กเกจมาตรฐานเริ่มต้นที่ 3.8-4 ล้านบาท สำหรับการเข้าพัก 4 วัน 3 คืน ซึ่งรวมบริการห้องพักทั้งโรงแรมจำนวน 108 ห้อง รองรับจำนวนผู้ร่วมงานได้ 200-300 คน พร้อมอาหารและเครื่องดื่มตลอดการจัดงาน โดยงานที่มีมูลค่าสูงสุดที่โรงแรมเคยรองรับอยู่ที่ประมาณ 7-8 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แพ็กเกจดังกล่าวยังไม่รวมค่าใช้จ่ายด้านการตกแต่ง เวที แสง สี เสียง และองค์ประกอบอื่น ๆ ของงานแต่งงาน เนื่องจากโรงแรมเปิดโอกาสให้ลูกค้าออกแบบรูปแบบงานได้อย่างอิสระตามงบประมาณและความต้องการของแต่ละครอบครัว

ด้านอาหารถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของตลาดอินเดีย โดยบางงานมีการจัดเลี้ยงสูงสุดถึง 5 มื้อต่อวัน ติดต่อกันตลอด 3 วัน หรือรวมกว่า 15 มื้อ ส่งผลให้งบประมาณเพิ่มขึ้นจนแตะระดับ 8 ล้านบาท ได้ เนื่องจากลูกค้าให้ความสำคัญกับคุณภาพและความหลากหลายของอาหารเป็นอย่างมาก

“ในแต่ละปีจะมีคู่แต่งงานชาวอินเดียมาปิดโรงแรมจัดงานแต่งประมาณ 30 งานได้ ซึ่งสำหรับปีนี้ช่วงต้นปีจัดไปแล้ว 5 งาน ส่วนช่วงปลายปีนี้มีการจองล่วงหน้าแล้วอีกอย่างน้อย 5 งาน และยังมีลูกค้าที่กำลังเข้ามาดูสถานที่เพื่อตัดสินใจจองเพิ่มเติมอีก”

สอดคล้องกับ Wannipakarn Wattatham ASSISTANT DIRECTOR OF SALES โรงแรมบาบา บีช คลับ หัวหิน ชะอำ บาย ศรีพันวา กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ชะอำ-หัวหินได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะ Destination Wedding โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวอินเดีย เนื่องจากมีจุดแข็งแตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวชายทะเลอื่น ทั้งบรรยากาศที่เงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัว เดินทางสะดวกจากกรุงเทพฯ และยังคงภาพลักษณ์เมืองพักตากอากาศระดับพรีเมียมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน

ชะอำ-หัวหินคือสามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้สะดวก ทำให้แขกที่เดินทางมาร่วมงานสามารถเดินทางไป-กลับได้ง่าย รวมถึงเชื่อมต่อกับสนามบินเพื่อเดินทางกลับประเทศต้นทางได้สะดวก แตกต่างจากบางจังหวัดที่ต้องต่อเคค่าใช้จ่ายสำหรับการเหมาโรงแรม (Buy out)

สำหรับงานแต่งงานชาวอินเดียที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและการจัดงานเต็มรูปแบบ 3 วัน 4 คืน ค่าเหมาสถานที่ อยู่ที่ประมาณ 3.5 – 4 ล้านบาท ซึ่งสามารถรองรับแขกได้ประมาณ 250 – 300 ท่าน จากจำนวนห้องพักทั้งหมด 82 ยูนิต 119 ห้องนอน ทั้งนี้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา งานแต่งงานอินเดียขนาดใหญ่แบบจัดเต็ม อาจใช้งบประมาณรวมทั้งหมดสูงถึง 10 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมทั้งค่าห้องพัก อาหาร เครื่องดื่ม และการตกแต่งทุกอย่าง

“ในแต่ละปีโรงแรมรองรับงานแต่งงานเฉลี่ยประมาณ 20 คู่ต่อปี ขณะที่ตลาดอินเดียมีจำนวนแตกต่างกันในแต่ละปี โดยปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 5-8 คู่ และปีปัจจุบันมีการจองแล้ว 8 คู่”

รื่องบินอีกทอดหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีชายหาดทอดยาว บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการจัดพิธีริมทะเล และตอบโจทย์คู่บ่าวสาวที่ต้องการงานแต่งงานในรูปแบบอบอุ่น เรียบหรู และเป็นส่วนตัว

ด้านแพ็กเกจงานแต่งงานของโรงแรม มีทั้งรูปแบบงานตะวันตก งานพิธีไทย และงานเลี้ยงในห้องบอลรูม โดยแพ็กเกจเริ่มต้นสำหรับงานแต่งงานแบบตะวันตกอยู่ที่ 495,000 บาท สำหรับแขก 100 คน รวมการตกแต่ง ห้องพักสำหรับคู่บ่าวสาว แชมเปญ เค้กแต่งงาน ค็อกเทล และดินเนอร์ ขณะที่แพ็กเกจพิธีแต่งงานเริ่มต้นที่ 259,000 บาท สำหรับ 50 คน ส่วนงานในห้องบอลรูมเริ่มต้นที่ 359,000 บาท สำหรับ 100 คน พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าปรับรูปแบบอาหาร การตกแต่ง และรายละเอียดต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ

“ในแต่ละปีโรงแรมรองรับงานแต่งงานเฉลี่ยประมาณ 20 คู่ต่อปี ขณะที่ตลาดอินเดียมีจำนวนแตกต่างกันในแต่ละปี โดยปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 5-8 คู่ และปีปัจจุบันมีการจองแล้ว 8 คู่”

ต่อยอดอาหารท้องถิ่น กระจายรายได้สู่ชุมชน

นางสาวดวงใจกล่าวว่า แม้งานแต่งงานของนักท่องเที่ยวอินเดียจะใช้บริการภายในโรงแรมเป็นหลัก แต่ผู้ประกอบการหลายแห่งเริ่มเพิ่มการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น โดยเฉพาะอาหารที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเพชรบุรี ซึ่งได้รับการประกาศเป็น UNESCO Creative City of Gastronomy เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้สู่ชุมชน ทั้งนี้ ททท. ตั้งเป้าให้รายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวของจังหวัดเติบโตประมาณ 5% ในปีนี้ ผ่านการขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพและการเพิ่มเที่ยวบินจากต่างประเทศในอนาคต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน