ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) ระบุโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) เหลือเพียงข้อสรุปเรื่องวงเงินลดหย่อนภาษีและกรอบเวลาบังคับใช้
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้-FETCO) เปิดเผยว่าโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล หรือ (Thailand Individual Saving Account : TISA) ขณะนี้เหลือหารือกันให้ได้ข้อสรุปในเรื่องวงเงินลดหย่อนภาษี และกรอบเวลาที่จะเริ่มโครงการเท่านั้น ซึ่งไม่ได้ถือว่าเป็นอุปสรรค เพียงแต่ต้องใช้เวลาพูดคุยกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนออกมา
ทั้งนี้สิ่งที่ชัดเจนคือ จะมีการตัดเรื่องตัวคูณออกไป ซึ่งเดิมเคยมีแนวคิดเรื่องกำหนดเพดานค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดารวมสูงสุด 800,000 บาท แต่กำหนดเป็นคนที่มีเงินได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี สามารถลดหย่อนได้ 1.3 เท่า ส่วนผู้มีเงินได้เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ลดหย่อนภาษีได้ 0.7 เท่า ซึ่งสร้างความยุ่งยาก
“เรื่องตัวคูณ จากที่คุยกัน ทางกระทรวงการคลังตัดออกแล้ว ไม่ต้องมีตัวคูณอะไรแล้ว เพราะยุ่งยาก”
นอกจากนี้ TISA จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับวงเงินลดหย่อนเบี้ยประกันต่าง ๆ รวมถึงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ด้วย โดยจะแยกวงเงินลดหย่อนภาษีออกไปต่างหากจากพวกวงเงินลดหย่อนกรณีออมเพื่อการเกษียณ เนื่องจากสิทธิลดหย่อนในส่วนนี้จะต้องมีการถือครองจนถึงอายุ 55 ปี ซึ่ง TISA เปิดให้ลงทุนหุ้นรายตัวได้ ดังนั้นหากต้องถือยาวคงไม่เหมาะสม
นายไพบูลย์กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ดี เมื่อมี TISA เข้ามา ในส่วนของกองทุน Thai ESG (กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน) ก็คงไม่ต่ออายุ เพราะนักลงทุนสามารถลงทุนแล้วได้สิทธิลดหย่อนภาษีภายใต้ TISA แทนได้