ครม. เห็นชอบร่าง MOU ความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทย-มาเลเซีย ฉบับใหม่ แทนข้อตกลงเดิมที่ใช้มากว่า 47 ปี เตรียมลงนาม 9-10 ก.ค.นี้ ครอบคลุม 13 สาขา ทั้งพืช ปศุสัตว์ ประมง เทคโนโลยี นวัตกรรม และความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับศักยภาพเกษตรกรไทย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และรับมือความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต

วันที่ 7 ก.ค. 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งมาเลเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร

พร้อมอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามในร่าง MOU ดังกล่าว ซึ่งมีกำหนดลงนามระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค.2569 ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ

MOU ฉบับใหม่นี้จัดทำขึ้นเพื่อทดแทนความตกลงเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2522 โดยปรับปรุงกรอบความร่วมมือให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรและความท้าทายของโลกในปัจจุบัน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงด้านอาหาร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

สาระสำคัญของความร่วมมือครอบคลุม 13 สาขา อาทิ การพัฒนาพืช ปศุสัตว์ และประมง การป้องกันและควบคุมโรคพืชและโรคสัตว์ การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ ตลอดจนการส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร เพื่อยกระดับศักยภาพภาคเกษตรของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ร่าง MOU มีอายุความร่วมมือ 5 ปี และจะต่ออายุโดยอัตโนมัติครั้งละ 5 ปี โดยการดำเนินความร่วมมือจะอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ภายใต้กฎหมายและนโยบายของแต่ละประเทศ

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับภาคเกษตรไทยผ่านความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รับมือโรคพืชและโรคสัตว์ได้ดียิ่งขึ้น ต่อยอดการพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทยในระยะยาว”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน