เอกนัฏ ขานรับนายกฯ นั่งหัวโต๊ะ กบน. เคาะลดราคาน้ำมัน เบนซิน 2.51 บาท ดีเซล 2.56 บาท หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-ภาคอุตสาหกรรม

วันที่ 7 ก.ค. 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด โดยปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 และ B20 ลง 2.56 บาทต่อลิตร น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ลดลง 2.51 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ตามผลการประชุมของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เร่งดำเนินการมาตราการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ

การปรับลดราคาครั้งนี้ เป็นผลมาจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่คาดว่าจะอ่อนตัวลง หลังจากนักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความคืบหน้าเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาและการเปิดเส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุช

ส่งผลให้ภาพรวมราคาน้ำมันในตลาดโลก ณ วันที่ 7 ก.ค.2569 ในส่วนของดีเซลปิดอยู่ที่ประมาณ 118 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เบนซินปิดที่ประมาณ 97 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

โดยในกลุ่มน้ำมันดีเซล กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา หรือ บี 7 ที่ 2.71 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.90 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 34.94 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 เพิ่มการชดเชย 2.67 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 8.46 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 29.94 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันดีเซลพรีเมียม จัดเก็บ 1.50 บาทต่อลิตร

สำหรับกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ลดการจัดเก็บ 2.05 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 7.99 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 43.93 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลดการจัดเก็บ 2.07 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 0.42 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 34.94 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ปรับลดการจัดเก็บ 2.07 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 0.42 บาทต่อลิตร ส่งผลราคาขายปลีกเป็น 34.57 บาทต่อลิตร

น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เพิ่มการชดเชย 2.10 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 3.71 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 29.94 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เพิ่มการชดเชย 2.27 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 4.65 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 25.88 บาทต่อลิตร

การปรับเปลี่ยนอัตราเงินส่งเข้ากองทุนในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในทันทีแล้ว ยังช่วยให้เศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมสามารถขับเคลือนได้ดีขึ้น โดยที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีรายจ่ายสุทธิประมาณวันละ 213.91 ล้านบาท

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุม กบง. ได้รับทราบข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีจากการประชุม ครม เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2569 ที่มอบหมายให้กระทรวงพลังงานหาแนวทางปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลง บรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และลดต้นทุนของผู้ประกอบการ

โดยที่ประชุม กบง. ใช้อำนาจตามมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และอำนาจตามข้อ 3 แห่งคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 15/2562 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ประชุม กบง. จึงได้มีมติเห็นชอบ กำหนดกรอบราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 35.00 บาทต่อลิตร

พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) พิจารณากำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรืออัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้ราคาขายปลีกเป็นไปตามกรอบราคาที่กำหนด และสอดคล้องกับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า จากการดำเนินการดังกล่าว จะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงปรับลดลง โดยน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอลปรับลดลงประมาณ 2.51 บาทต่อลิตร และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วปรับลดลงประมาณ 2.56 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็วอยู่ที่ 34.94 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นไปตามกรอบราคาที่ กบง. เห็นชอบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน