พิพัฒน์ งัดไม้แข็ง คุมรับเหมาทิ้งงาน-บังคับทำประกัน สกัดซ้ำรอยพระราม 2 บอก รัฐบาลเพิ่งทำงานได้แค่ 3 เดือน ยังวัดเคพีไอเป็นรูปธรรมไม่ได้ เหตุโปรเจกต์คมนาคม ต้องใช้เวลา
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยถึงร่างกฎกฎกระทรวงเพื่อกำหนดการทิ้งงานและความปลอดภัยของบริษัทรับเหมาก่อสร้างงานรัฐ ว่า กฎกระทรวงฉบับดังกล่าว เป็นการเพิ่มบทลงโทษผู้รับเหมาที่ทิ้งงานให้มีความเข้มงวดมากขึ้น
โดยกระทรวงคมนาคมได้เตรียมพิจารณาถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ด้วย โดยเฉพาะปัจจุบันที่ต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลกระทบของสงครามและภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งต้องนำมาเป็นองค์ประกอบในการชี้วัดสาเหตุที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน
สิ่งที่กระทรวงคมนาคม เน้นย้ำและให้ความสำคัญสูงสุดคือ ความปลอดภัย โดยผู้รับเหมาที่จะเข้ามารับงาน จะต้องเตรียมแผนด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน และต้องจัดทำประกันภัยเพื่อเป็นหลักประกันให้กับผู้ที่ต้องเสี่ยงภัย เพื่อหลีกเลี่ยงและรับมือกับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนในอดีต
เช่น กรณีอุบัติเหตุที่สีคิ้ว จ.นครราชสีมา หรือถนนพระราม 2 หรือเหตุการณ์ดินสไลด์จนอุโมงค์ทรุดตัวที่จังหวัดเชียงราย โดยกฎหมายนี้จะบังคับให้ผู้รับเหมาต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น และบังคับว่าอย่างน้อยที่สุดจะต้องมีประกันภัยคุ้มครองบุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในวันเดียวกันกระทรวงคมนาคม ได้เตรียมจัดงานสัมมนาเพื่อระดมสมองภายใต้ “MOT New Chapter” โดยแบ่งกลุ่มเวิร์กช็อประดมความคิดเห็นของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในวันที่ 13 ก.ค. โดยแบ่งกลุ่มเวิร์กช็อประดมความคิดเห็นครอบคลุมทุกเส้นทาง ทั้งทางบก ทางราง ทางอากาศและทางน้ำ ซึ่งจะสรุปผลสัมมนาในวันที่ 13 ก.ค.
จากนั้นจะนำแผนงานทั้งหมดไปมอบหมายให้ สนข. เป็นผู้มอนิเตอร์และติดตามความคืบหน้าการทำงานของแต่ละฝ่าย เพื่อให้แผนการทำงานของแต่ละฝ่ายเป็นไปในทิศทางเดียวกันตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม
เมื่อถามถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ระบุว่าจะมีการวัดผลการทำงานของรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การทำงานของตน และรัฐมนตรีช่วยทั้ง 3 คน ต้องมาดูงานของกระทรวงว่า KPI อยู่ตรงไหน ยอมรับว่าสิ่งที่กระทรวงคมนาคมดำเนินการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ต้องใช้เวลา
ฉะนั้น จะมาบอกว่าภายใน 3 เดือนจะให้รู้หรือจะให้งานสำเร็จคงไม่ได้ เพราะในโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละชิ้น ต้องใช้เวลา แต่ตนและรัฐมนตรีช่วยมีการทำงานและรายงานความคืบหน้าให้ทราบ แต่สิ่งที่เรามุ่งเน้น คือภาพรวมของระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ต้องเดินให้ได้