พิพัฒน์ ดึงเอกชนร่วมทุน หวังร่นเวลาเมกะโปรเจกต์คมนาคมไม่ต้องรอ 20 ปี

8 ก.ค.2569-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “MOT New Chapter ทันสมัย ใส่ใจประชาชนว่า การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแปลงนโยบายสู่แผนปฏิบัติการที่จับต้องได้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถสำเร็จได้ในระยะเวลาสั้นเพียง 3 – 6 เดือน หรือ 1 ปี แต่ต้องอาศัยการเชื่อมต่อชิ้นส่วนต่างๆ ให้เป็นโครงข่ายขนาดใหญ่ระดับประเทศและเชื่อมโยงสู่ต่างประเทศ การสัมมนาในครั้งนี้จึงเป็นการนำนโยบายของทุกหน่วยงานมาปฏิบัติอย่างสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มการขนส่งทางบก กลุ่มการขนส่งทางถนน กลุ่มการขนส่งทางราง กลุ่มการขนส่งทางน้ำ และกลุ่มการขนส่งทางอากาศ โดยทั้ง 5 กลุ่ม จะต้องระดมความคิดเห็นให้ครอบคลุมทั้ง “การเดินทางของประชาชน” และ “การขนส่งสินค้าของภาคธุรกิจ” พร้อมสอดคล้องกับนโยบายหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับความปลอดภัยของประชาชน การกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระบบขนส่งสาธารณะ และการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเพื่ออนาคต

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดมองไกลไปถึงแผนระยะกลาง (3-5 ปี) และแผนระยะยาว (10-20 ปี) เพื่อผลักดันโครงการสำคัญและโครงการ Quick Win ในปี 2569 – 2570 โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นผู้ประมวลผลและติดตามความคืบหน้าของทุกแผนงาน และให้เห็นถึงความท้าทายด้านงบประมาณ ซึ่งหากกระทรวงคมนาคมรอพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว โครงการขนาดใหญ่อาจต้องใช้เวลาถึง 20 ปีจึงจะสำเร็จ ดังนั้น การระดมทุน จากแหล่งทุนภายนอกหรือภาคเอกชน จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันคิดต่อยอด เพื่อเร่งรัดการก่อสร้างโครงข่ายให้สำเร็จลุล่วงภายใน ระยะเวลาที่รวดเร็ว

ทั้งนี้ ผลจากการสัมมนาจะถูกรวบรวมและนำเสนอในวันที่ 13 ก.ค. 2569 เพื่อให้คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคมร่วมพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะ ก่อนปรับปรุงเป็นแผนเชิงรุกที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมผลักดันนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน