ธุรกิจ ค้าปลีก-บริการ ไตรมาสแรก โตพุ่ง 22.2% แรงหนุน บริโภค-ท่องเที่ยว ฟื้น
8 ก.ค.2569- นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลการสำรวจยอดขายรายไตรมาส จากสถานประกอบการที่มีคนทำงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ทั่วประเทศ ที่ประกอบธุรกิจการขายปลีก ที่พักแรม การบริการอาหารและเครื่องดื่ม การผลิตภาพยนตร์ วีดิทัศน์ และรายการโทรทัศน์ การบันทึกเสียงลงบนสื่อ ฯลฯ การให้เช่าของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน และกิจกรรมการคัดเลือกนักแสดงภาพยนตร์ โทรทัศน์ และ การแสดงอื่น ๆ กิจกรรมการสร้างสรรค์ศิลปะ ความบันเทิง การพนัน การเสี่ยงโชค การกีฬา และนันทนาการ และ การซ่อมของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน และกิจกรรมการบริการส่วนบุคคลอื่น ๆ กว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ พบว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกและบริการยังขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนแรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศและภาคบริการที่ยังเติบโต
มูลค่ายอดขายและรายรับรวมของธุรกิจค้าปลีกและบริการในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2.079 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นธุรกิจค้าปลีก 1.584 ล้านล้านบาท ธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่ม 201,921 ล้านบาท ธุรกิจที่พักแรม 182,910 ล้านบาท ธุรกิจซ่อมของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน 58,982 ล้านบาท ธุรกิจศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ 23,756 ล้านบาท ธุรกิจผลิตภาพยนตร์ วีดิทัศน์ และรายการโทรทัศน์ 22,809 ล้านบาท และธุรกิจให้เช่าของใช้ส่วน4,926 ล้านบาท
นายเอกพงษ์ กล่าวว่า เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2568 พบว่า มูลค่ารายรับรวมเพิ่มขึ้น 12.3% โดยกลุ่มที่ขยายตัวสูงสุด ได้แก่ ธุรกิจซ่อมของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน รวมถึงกิจกรรมบริการส่วนบุคคลอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 26.2% รองลงมา ได้แก่ ธุรกิจที่พักแรม เพิ่มขึ้น 18.3% และธุรกิจค้าปลีก เพิ่มขึ้น 12.7% ขณะที่ธุรกิจศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่รายรับลดลง 2.3% จากไตรมาสก่อน
ด้านการเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า ภาพรวมมูลค่ารายรับเพิ่มขึ้น 22.2% โดยธุรกิจซ่อมของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือนยังครองอันดับหนึ่ง เติบโต 44.3% ตามด้วยธุรกิจที่พักแรม เพิ่มขึ้น 32.9% ธุรกิจผลิตภาพยนตร์ วีดิทัศน์ และรายการโทรทัศน์ เพิ่มขึ้น 22.5% และธุรกิจค้าปลีก เพิ่มขึ้น 21.2% ขณะที่ธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่มขยายตัว 19.1%
นายเอกพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของภาคค้าปลีก มูลค่าสินค้าคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้น 2.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเตรียมสต๊อกรองรับกำลังซื้อในหลายหมวดสินค้า ทั้งนี้ หมวดสินค้าที่มีสต๊อกเพิ่มขึ้นสูง ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ เพิ่มขึ้น 43.1% หนังสือและเครื่องเขียน 28.4% เสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องหนัง 17.9%
ส่วนหมวดที่สินค้าคงเหลือลดลงมาก ได้แก่ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสาร ลดลง 10.7% การขายปลีกผ่านไปรษณีย์และอินเทอร์เน็ต ลดลง 19.8% และร้านค้าปลีกทั่วไป เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตและมินิมาร์ท ลดลง 36.1% สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจด้านการบริโภคและภาคบริการของไทยในช่วงต้นปี 2569 ยังรักษาทิศทางการฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและบริการส่วนบุคคล ซึ่งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ