เดินหน้าภารกิจด้านทรัพย์สินทางปัญญาบนเวทีโลก จับมือสหภาพยุโรป-ภูฏาน ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี
ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมหารือทวิภาคี กับองค์กรพันธมิตรด้านทรัพย์สินทางปัญญา
เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศ และผลักดันนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาไทย ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้า และการลงทุน เพื่อสร้างแต้มต่อทางธุรกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน
ในการหารือกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป (European Union Intellectual Property Office: EUIPO) ซึ่งนำโดย Mr. Joao Negrão ผู้อำนวยการบริหาร EUIPO โดยฝ่ายไทยได้ขอบคุณ EUIPO ที่ให้การสนับสนุน และทำงานร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเสนอความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในระบบบริการต่างๆ เช่น AI Image Search และ Trademark Checker
เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยผู้ประกอบการตรวจสอบความเหมือนคล้าย ของเครื่องหมายการค้าเบื้องต้น ก่อนยื่นคำขอการพัฒนาบริการ Fast Track สำหรับจดทะเบียนสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร การออกแบบผลิตภัณฑ์ และเครื่องหมายการค้า รวมถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเตรียมเข้าร่วมภาคีความตกลงระหว่างประเทศของ WIPO

ดร.กิริฎา กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทาง ยกระดับความร่วมมือให้สอดรับกับความท้าทายในยุคดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบคำขอ และงานบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญา การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ SMEs โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันทางการเงิน (IP Finance) ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูล และแนวปฏิบัติด้านสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสินค้า GI และขยายโอกาสทางการตลาดของสินค้า GI ไทยในสหภาพยุโรป
ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป โดย Mr. João Negrão ผู้อำนวยการบริหาร EUIPO ซึ่งเป็นการต่อยอดความร่วมมือจาก MOU ฉบับเดิมที่กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนตุลาคม 2569
เพื่อยกระดับความร่วมมือให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีในยุคใหม่ โดยมีสาระสำคัญครอบคลุมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูล และเครื่องมือสารสนเทศ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และการประเมินมูลค่าและใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันจัดทำแผนการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

จากนั้น ดร.กิริฎา ได้นำคณะผู้แทนไทยหารือกับ Mr. Sonam Penjor ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารมวลชน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญา (Department of Media, Creative Industry and Intellectual Property: DoMCIIP) แห่งราชอาณาจักรภูฏาน โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทาง การเตรียมความพร้อมด้านทรัพย์สินทางปัญญา รองรับความตกลงการค้าเสรีไทย–ภูฏาน (Thailand–Bhutan FTA) ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 มกราคม 2570
ซึ่งฝ่ายไทยแสดงความพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการคุ้มครอง และการส่งเสริมสินค้า GI ซึ่งปัจจุบันไทยมีสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 260 รายการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 116,253 ล้านบาท นอกจากนี้ ภูฏานยังมีมรดกทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น ซึ่งสามารถต่อยอดด้วยการออกแบบร่วมสมัย ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากเครื่องหมายการค้า และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชน โดยทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องนี้ได้

ด้าน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า การหารือกับ EUIPO และ DoMCIIP ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญ ในการขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา กับพันธมิตรระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญ ของการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาไทยในระยะยาว โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเร่งขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมต่อยอดความร่วมมือกับประเทศ และองค์กรระดับนานาชาติอื่นๆ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ให้กับผู้ประกอบการไทยในเวทีการค้าโลก