ซี.พี. ขู่คืนสัมปทานไฮสปีด 3 สนามบิน หากรัฐไม่แก้สัญญา “สร้างไปจ่ายไป”

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่ม ซี.พี.) ผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. วงเงิน 224,544 ล้านบาท ได้ทำหนังสือถึง ร.ฟ.ท.แจ้งขอใช้สิทธิ์สิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ตามเงื่อนไขข้อ 6.2

ซึ่ง ร.ฟ.ท.ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท. ที่มีนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวงเป็นประธานรับทราบแล้วเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 โดยให้ฝ่ายกฎหมาย ร.ฟ.ท. และอนุกฎหมาย ร.ฟ.ท.ทบทวนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน และนำรายงานบอร์ด ร.ฟ.ท.อีกครั้ง

ยังได้รายงานบอร์ด ร.ฟ.ท. รับทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเป็นผลการหารือระหว่าง ร.ฟ.ท. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด จากการประชุมเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569

โดยมี 2 แนวทาง คือ 1.ดำเนินการแก้ไขสัญญาตามมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ กพอ. (บอร์ดอีอีซี) เดิม ครั้งที่ 4/2567 และครั้งที่ 1/ 2568 ซึ่ง ร.ฟ.ท.ได้ดำเนินการเจรจาและจัดทำร่างสัญญา และสำนักงานอัยการสูงสุดเห็นชอบแล้ว อยู่ในขั้นตอนเสนอ กพอ. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ

และ 2.กรณีไม่สามารถดำเนินการตามแนวทางข้อ 1 ได้ ให้ดำเนินการแนวทางสิ้นสุดสัญญา โดยเอกชนแจ้งประสงค์เจรจาสิ้นสุดสัญญา และล่าสุดเอกชนได้ส่งหนังสือแจ้งมาแล้วเมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม 2569

“สำหรับเงื่อนไขการยกเลิกหรือการสิ้นสุดสัญญา ตามข้อ 6.2 มี 3 ประเด็น 1.การส่งมอบพื้นที่ของโครงการ ไม่ได้ 2.การส่งมอบพื้นที่สนับสนุนบริการของโครงการ หรือ TOD ไม่ได้ ซึ่งโครงการนี้ทางเอกชนได้สิทธิพัฒนาพื้นที่ TOD 2 แห่งที่สถานีมักกะสันและศรีราชา 3.การรับบัตรส่งเสริมการลงทุนของเอกชน หรือบัตร BOI“

นายอนันต์กล่าว ทั้งนี้ กรณีส่งมอบพื้นที่โครงการและพื้นที่ TOD ร.ฟ.ท.ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เหลือ เรื่อง BOI ซึ่งที่ผ่านมามีการเจรจา และเอกชนตกลงสละสิทธิ์เงื่อนไข BOI โดยขอแก้ไขสัญญาเรื่อง ”สร้างไปจ่ายไป” แทน ดังนั้นเมื่อแก้สัญญาไม่ได้ เอกชนจึงขอสิ้นสุดสัญญาในประเด็น ออก BOI ไม่ได้

ตามสัญญารถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ระบุเหตุแห่งการสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุนไว้ 4 กรณี เมื่อเกิดกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1.เมื่อครบระยะเวลาของโครงการ 2.เมื่อมีการเลิกสัญญาร่วมลงทุนตามที่กำหนดไว้ในข้อ 6.2 หรือ 3.เมื่อมีการเลิกสัญญาร่วมลงทุน เพราะเหตุตามที่กำหนดไว้ในข้อ 30.2 คือ 1.ความผิดเกิดจากเอกชนกับ 2.ความผิดเกิดจากฝ่ายรัฐโดย ร.ฟ.ท. 3.เลิกเพราะใช้อำนาจเพื่อประโยชน์สาธารณะ และ 4.เลิกเพราะเหตุสุดวิสัยและเหตุผ่อนผัน

นายอนันต์กล่าวว่า ส่วนโครงสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟไทย-จีน สัญญา 4-1 (บางซื่อ-ดอนเมือง) ขณะนี้ทาง ซี.พี. ยืนยันมาแล้วว่า ไม่สามารถก่อสร้างให้ได้ ดังนั้น ร.ฟ.ท.จะนำงานก่อสร้างรถไฟไทย-จีน สัญญา 4-1 มาก่อสร้างเอง ซึ่งได้รายงานต่อที่ประชุมบอร์ด ร.ฟ.ท.รับทราบแล้ว โดยจะสรุป รายละเอียดเสนอไปที่ กพอ.ด้วย จากนั้นจะต้องเสนอ ครม.เพื่อขอนำมาก่อสร้างเองต่อไป

ส่วนกรณี MOU ระหว่าง ร.ฟ.ท.กับ เอเชีย เอราวัน เรื่องการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 นั้น นายอนันต์กล่าวว่า ร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างหาแนวทางและนำหารือในการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการฯ ซึ่งมีทางเอกชนร่วมอยู่ด้วย โดยจะต้องเร่งให้ข้อสรุป เพราะมีเวลาเหลือน้อยแล้ว หลังจากนี้ ร.ฟ.ท.จะรายงานข้อสรุปทั้งหมดต่อคณะกรรมการบริหารโครงการและคณะกรรมการกำกับสัญญา จากนั้นจะเสนอต่อที่ประชุม กพอ. ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน