ประธาน ส.อ.ท. ไม่ขอแสดงความเห็นผลวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ย้ำเป็นกระบวนการที่ต้องเคารพ พร้อมมอง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจ แนะรัฐใช้เม็ดเงินอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และรักษาความต่อเนื่องของนโยบายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 7 ต่อ 2 พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อใช้แก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงานและเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ตามที่ฝ่ายค้านยื่นร้อง ถือเป็นกระบวนการตามรัฐธรรมนูญที่ต้องเคารพผลการพิจารณาของศาล โดยไม่ขอแสดงความคิดเห็น

แต่ในด้านเศรษฐกิจจะเห็นว่าช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตพลังงาน ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ภาคธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น

ดังนั้นการมีเครื่องมือทางการคลังผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบ ต่อค่าครองชีพของประชาชน ลดแรงกดดันภาคธุรกิจ และช่วยเพิ่มแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยฟิ้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายงบประมาณจากเงินกู้ยังถือเป็นความท้าทายสำคัญของภาครัฐ เนื่องจากต้องวางแผนบริหารจัดการให้ตอบโจทย์ปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทั้งการช่วยเหลือประชาชน การฟื้นกำลังซื้อ รวมถึงการวางรากฐานเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ภาครัฐต้องพิจารณาวางแผนการใช้จ่ายให้รอบด้าน จัดลำดับความสำคัญของโครงการ เลือกใช้เม็ดเงินในพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสม และเร่งรัดการดำเนินงานให้ทันต่อสถานการณ์ ควบคู่กับการรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศ ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณและภาระหนี้สาธารณะ

ขณะเดียวกัน เสถียรภาพของรัฐบาลและความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดยหากรัฐเข้มแข็ง มีทิศทางนโยบายชัดเจนและต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนในการตัดสินใจดำเนินธุรกิจและลงทุนมากขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน