ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่รุนแรงขึ้น ประเทศต่างๆ กำลังเร่งปรับเกมด้วยการมองหาโอกาสใหม่ในการสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดย “Romance Tourism” หรือการท่องเที่ยวเพื่อคู่รักและตลาดงานแต่งงาน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตลาดศักยภาพที่หลายประเทศให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูง สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเชื่อมโยงธุรกิจท่องเที่ยวหลากหลายแขนง ตั้งแต่โรงแรม รีสอร์ต บริการจัดงาน ไปจนถึงสินค้าและบริการท้องถิ่น
เมื่อ “ความรัก” กลายเป็นตลาดท่องเที่ยวมูลค่าสูง
ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ารุกตลาดดังกล่าวผ่านกิจกรรม Test Trip ภายใต้โครงการ “Romance in Thailand” นำคณะสื่อมวลชนและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว (Destination Management Company หรือ DMC) สำรวจสินค้าและบริการด้าน Romance & Wedding Tourism บนเส้นทางกรุงเทพมหานคร-เพชรบุรี ภายใต้แนวคิด “Capture the Moment : Where Love Becomes Timeless” เพื่อสะท้อนศักยภาพของไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านฮันนีมูนและงานแต่งงานระดับโลก โดยเฉพาะตลาดอินเดียและตะวันออกกลาง
เส้นทางถูกออกแบบเป็นทริป 3 วัน 2 คืน เชื่อมโยงประสบการณ์หลากมิติ ตั้งแต่ Adventure, Heritage, Luxury, Gastronomy, Wellness ไปจนถึง Destination Wedding สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ต้องการมากกว่าการเดินทาง แต่ต้องการ “เรื่องราว” และประสบการณ์เฉพาะตัวที่จะอยู่กับพวกเขาไปตลอดชีวิต
เสน่ห์เมืองหลวงและริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ทริปวันแรกเริ่มต้นที่ voco Bangkok Surawong โรงแรมเครือ IHG ที่ชูแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและความเป็นส่วนตัว ก่อนสัมผัส Adventure Romance ที่คิง เพาเวอร์ มหานคร ผ่าน มหานครสกายวอล์กจุดชมวิวเมืองกรุงเทพฯ สูงที่สุดในประเทศไทย พร้อมกิจกรรม “มหานคร แบงค็อก ไอ-ทิลต์” สร้างความประทับใจ ให้คู่รักแอดแวนเจอร์

มหานคร แบงค็อก ไอ-ทิลต์
ตบท้ายวันแรกกับการดื่มด่ำบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินสุดแสนโรแมนติกกับดินเนอร์ที่ Sky Beach บาร์ลอยฟ้าที่ชั้น 78 ของตึกมหานคร หรือการล่องเรือส่วนตัว Supatra Boat ชมแสงสุดท้ายของวันบนแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคู่รักที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

สุภัทรา ริเวอร์ เฮ้าส์
สัมผัสโรงแรมหรูริมแม่น้ำ
ก่อนออกเดินทางสู่เพชรบุรี ได้เยี่ยมชม The Siam Bangkok โรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านดุสิต ที่วางตำแหน่งเป็น Luxury Romance และจุดหมายปลายทางของการจัดงานแต่งงาน สำหรับคู่รักที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง โรงแรมมีพื้นที่จัดงานหลากหลาย ทั้งห้องและเรือนไทยที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง บนพื้นที่ริมแม่น้ำ พร้อมแพ็กเกจพิธีหมั้นแบบไทย และประสบการณ์จิบน้ำชาแบบคู่รักในบรรยากาศสุดหรู
สำหรับคู่รักที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสามารถปิดโรงแรมเพื่อจัดงานโดยราคาเริ่มต้นที่ 1.1 ล้านบาทต่อคืน ส่วนแพ็กเกจแบบไม่เหมาเริ่มต้นที่ 450,000 บาท สำหรับแขก 50 คน กลุ่มลูกค้าหลักเป็นชาวยุโรปและออสเตรเลีย ส่วนตลาดอินเดียสนใจพื้นที่ขนาดใหญ่ ล่าสุดโรงแรมรองรับมีแขกราว 200-250 คน

Baba Beach Club Hua Hin
งานแต่งริมชายหาดสุดโรแมนติก
จากกรุงเทพฯ สู่เมืองเพชรบุรี เพื่อสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวที่โดดเด่นด้านวิถีชีวิต อาหาร ศิลปหัตถกรรมและชายหาดเยี่ยมชมสวนตาลลุงถนอม แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาการทำน้ำตาลโตนดที่ปลูกไว้ตั้งแต่ปี 2535 พร้อมสาธิตทำน้ำตาลสด ร่วมกิจกรรม สร้างสรรค์งานคราฟต์จากก้านตาลเป็นของที่ระลึก ก่อนรับประทานอาหารกลางวันพื้นถิ่นที่ครัวบ้านสวนวินน้า
ก่อนจะมุ่งสู่ SO/ Sofitel Hua Hin รีสอร์ตหรูริมชายหาด และปิดท้ายที่ Baba Beach Club Cha-Am สถานที่จัดงานแต่งงานริมทะเลระดับโลก พร้อมชมวิดีโอนำเสนอบรรยากาศงานแต่งงานจริงสำหรับตลาดอินเดีย

ดวงใจ คุ้มสะอาด
เพชรบุรีปลายทางทัวร์โรแมนติก
ข้อมูลจากผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเพชรบุรี “ดวงใจ คุ้มสะอาด” ระบุว่าในช่วงม.ค.-พ.ค. 2569 รายได้ท่องเที่ยวของ จ.เพชรบุรี เพิ่มขึ้น 3.21% โดยอยู่ที่ 16,291.75 ล้านบาท แม้จำนวนนักท่องเที่ยวบางกลุ่มลดลงเล็กน้อย ขณะที่สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังอยู่ที่ราว 10% แต่สะท้อนว่าการใช้จ่ายต่อหัวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายของการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
หนึ่งในทรัพย์สินสำคัญของจังหวัดคือการได้รับการยอมรับเป็น UNESCO Creative City of Gastronomy โดยมีเอกลักษณ์จาก “สามรส” คือความหวานจากน้ำตาลโตนด ความเปรี้ยวจากมะนาวแป้น และความเค็มจากเกลือทะเลบ้านแหลม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเกลือทะเลใหญ่ที่สุดของประเทศ วัตถุดิบเหล่านี้ถูกนำไปต่อยอดในโรงแรมและร้านอาหาร เช่น Dusit Thani Hua Hin ที่ใช้วัตถุดิบจากพื้นที่จำนวนมาก สอดคล้องกับแนวคิดของโครงการที่ต้องการดึงชุมชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Romance Tourism ไม่ใช่เพียงนำเสนอความหรูหรา แต่ต้องการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่กระจายรายได้สู่ชุมชน เกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อย

ซัฟฟาร์ จาวิด นูร์
หัวหินปักหมุดงานแต่งแบบอินเดีย
ตลาดที่เห็นโอกาสชัดเจนที่สุดคือ Indian Wedding ซึ่งเป็นงานแต่งงานที่ใช้เวลาหลายวันและมีการใช้จ่ายสูง นายซัฟฟาร์ จาวิด นูร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการอีเวนต์ โรงแรมโซ โซฟิเทล หัวหิน ระบุว่าอินเดียเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก โดยช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 มีงานแต่งงานแบบเหมาโรงแรมแล้ว 5 งาน และมีการจองล่วงหน้าช่วงครึ่งปีหลังอีกอย่างน้อย 5 งาน เฉลี่ยต่อปีจะมีงานแต่งงานอินเดียราว 30 งานต่อปี แพ็กเกจเต็มรูปแบบ 3 คืน 4 วัน สำหรับแขกราว 240 คน เริ่มต้นที่ 3.8-4 ล้านบาท รวมที่พัก อาหาร และเครื่องดื่ม ขณะที่งานที่ปรับแต่งรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถขึ้นไปถึง 8 ล้านบาท
ลักษณะงานแต่งงานอินเดียมักจัดต่อเนื่อง 3 วัน 3 คืน ประกอบด้วย Welcome Ceremony พิธีทางศาสนา Reception และ After Party ที่มักต่อเนื่องถึงตี 4 ตามธรรมเนียมที่ครอบครัวทั้งสองฝ่ายต้องได้ทำความรู้จักและผูกพันกันผ่านกิจกรรมหลายวัน จุดแข็งของหัวหิน-ชะอำคือระยะทางจากกรุงเทพฯ เพียงราว 2 ชั่วโมง ราคาที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับภูเก็ตซึ่งเป็นคู่แข่งหลัก รวมถึงความสะดวกด้านวีซ่าและประสบการณ์ของผู้ประกอบการไทยที่เข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติของงานแต่งงานอินเดียเป็นอย่างดี
อีกเหตุผลที่อินเดียนิยมจัดงานแต่งงานในไทยเพราะไทยทะเลสวย และชอบบรรยากาศแต่งงานแบบวิวพระอาทิตย์ตกดินริมทะเล รวมทั้งการจัดงานในอินเดียค่าใช้จ่ายสูงเนื่องจากวัฒนธรรมที่คนรู้จักกันมักมาร่วมงานจำนวนมาก บางงานอาจมีแขกสูงถึง 2,000 คน
อีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญคือ Baba Beach Club Hua Hin ซึ่งชูจุดขายเป็นสนามหญ้าติดชายหาดเพียงแห่งเดียวในพื้นที่ รองรับแขกได้ประมาณ 250 คน วรรณนิภากาญจน์ วัตตธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขาย ระบุว่าแพ็กเกจ Buy Out สำหรับงานแต่งงานอินเดีย 4 วัน 3 คืน เริ่มต้นประมาณ 3.5-4 ล้านบาท ครอบคลุมห้องพักกว่า 82 ยูนิตและพื้นที่จัดงาน โดยปี 2569 มีลูกค้า
จองงานแต่งงานอินเดียแล้ว 8 คู่ ความท้าทายสำคัญคือการบริหารจัดการ After Party ที่มักเฉลิมฉลองต่อเนื่องถึงช่วงดึก โรงแรมจึงต้องควบคุมเรื่องเสียงและพื้นที่ควบคู่กับประสบการณ์ของลูกค้า

ก้านตาลวินเทจ
ชูท่องเที่ยวเชิงอาหาร-สุขภาพ
ภูษา ผ้าลายอย่าง คาเฟ่เรือนไทยกลางทุ่งนาและป่าตาล ที่มีภูมิปัญญาการทอผ้าไทยและลวดลายผ้าลายอย่างจากชุมชน พร้อมเรียนรู้การทำขนมพื้นถิ่นจากร้านลูกเจี๊ยบ ก่อนปิดท้ายด้วยเมนูอาหารไทยเพื่อสุขภาพจากครัวหมอฉัตร ภายใต้แนวคิด Food as Medicine ซึ่งครบทั้ง มิติการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy) และ Wellness Romance สำหรับคู่รักสายอาหารและสุขภาพ
ประสบการณ์ความรัก ไม่ใช่แค่สถานที่
เส้นทางกรุงเทพฯ-เพชรบุรีสะท้อนว่าไทยมีต้นทุนครบสำหรับการแข่งขันในตลาด Romance & Wedding Tourism ตั้งแต่เมืองระดับโลก โรงแรมหรู ประสบการณ์เหนือระดับ อาหารท้องถิ่น วัฒนธรรม ไปจนถึงชายหาดสำหรับงานแต่งงาน
ทำให้ Test Trip ครั้งนี้ไม่ได้นำเสนอเพียงสถานที่ระดับพรีเมียม แต่ต้องการถ่ายทอดประสบการณ์ที่สร้างความทรงจำร่วมกัน เพื่อขยายโอกาสสู่ตลาดคู่รักและงานแต่งงานทั่วโลก ซึ่งมี “เรื่องราว” ที่จะอยู่กับพวกเขาไปตลอดชีวิต