แสนสิริ จับมือ ธนาคารกสิกรไทย ขับเคลื่อนระบบนิเวศอสังหาริมทรัพย์สีเขียวครบวงจร ต่อยอดการเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายแรกของไทยที่ออก Green Bond และได้รับ Green Loan พร้อมเปิดสินเชื่อพัฒนาโครงการสีเขียว 4,000 ล้านบาท และสินเชื่อบ้านสีเขียวดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 1.50% หวังยกระดับมาตรฐานอสังหาฯ ไทยตามเกณฑ์ Thailand Taxonomy เพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุนต้นทุนต่ำ

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าแสนสิริ ได้ความร่วมมือเขิงกลยุทธ์ ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ในการปฏิวัติ “อสังหาริมทรัพย์สีเขียวครบวงจร 3 มิติ” (Green Loan – Green Bond – Green Retail Loan) ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ตั้งแต่ตลาดทุนพัฒนาโครงการ – จนถึงสินเชื่อสำหรับผู้บริโภค

โดยความร่วมมือในครั้งนี้คือข้อพิสูจน์ว่า ขีดความสามารถทางการแข่งขันสีเขียวของเราจับต้องได้จริงในระดับสากล แสนสิริไม่ได้เริ่มทำเรื่องนี้ตอนที่เกณฑ์ประกาศใช้ แต่ได้ฝังเรื่องความยั่งยืนลงไปในกระบวนการคิดและการออกแบบ (Sansiri Sustainable Design) มาตลอด

โดยมีเกณฑ์ Thailand Taxonomy เข้ามาช่วยทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่ง” และ “ตัวรับรอง” จนทำให้เราเป็นอสังหาฯ รายแรกของไทยที่ได้รับ Green Loan และเป็นรายแรกในกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ออก Green Bond (หุ้นกู้สีเขียว) โดยผ่านการตรวจรับรองจากผู้ประเมินระดับสากลอย่าง Bureau Veritas เพื่อนำทุนไปพัฒนาโครงการคาร์บอนต่ำโดยเฉพาะ

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าในโลกที่เปลี่ยนกติกาใหม่ การทำเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่แค่แต้มต่อ แต่คือใบอนุญาตในการทำธุรกิจ ภาคการเงินเปรียบเสมือนเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยเพิ่มอัตราเร่งให้ธุรกิจเปลี่ยนผ่านได้เร็วขึ้น

ธนาคารกสิกรไทยมุ่งมั่นนำพาลูกค้าและพันธมิตรเชื่อมโยงไปสู่ เงินทุน เครื่องมือ ความรู้ และโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ครบวงจร การจับมือกับแสนสิริในฐานะผู้นำห่วงโซ่อุปทานอสังหาฯ จะเป็นโมเดลต้นแบบที่สะท้อนการนำเกณฑ์ Thailand Taxonomy มาใช้เป็นเครื่องมือประเมินโครงการจริง ช่วยให้องค์กรที่ปรับตัวก่อนได้เปรียบในการเข้าถึงเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำกว่า (Green Financing) และผลักดันให้ทั้งภาคธุรกิจขนาดใหญ่ตลอดจน ธุรกิจ SME ในห่วงโซ่อุปทาน ก้าวข้ามความท้าทายและเติบโตไปด้วยกันเพื่อมุ่งสู่ Net Zero อย่างยั่งยืน

การผนึกกำลังเพื่อขับเคลื่อน “อสังหาริมทรัพย์สีเขียวครบวงจร 3 มิติ” ระหว่างแสนสิริและธนาคารกสิกรไทย ประกอบด้วยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ดังนี้

1. Green Bond ตลาดทุนสีเขียวครั้งแรกของที่อยู่อาศัยไทย: แสนสิริเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายแรกที่ออก Green Bond โดยมีกสิกรไทยเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยที่ออกแบบตามมาตรฐานสากลเพื่อความยั่งยืน นำเงินระดมทุนไปพัฒนาโครงการคาร์บอนต่ำ โครงการแรกบนทำเลสารสิน เชื่อมโยงตลาดทุนเข้ากับการพัฒนาโครงการที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

2. Green Project Loan ยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว: กสิกรไทยอนุมัติสินเชื่อพัฒนาโครงการสีเขียวมูลค่า 4,000 ล้านบาท ให้แก่แสนสิริ สำหรับ 3 โครงการคอนโดมิเนียมต้นแบบ ซึ่งผ่านเกณฑ์ Thailand Taxonomy ภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ที่เข้มงวด

โดยวัดจากค่าความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอาคาร (Carbon Emission Intensity) ที่ได้รับการรับรองจาก Bureau Veritas ซึ่งสามารถการันตีให้ผู้บริโภคได้ว่า คอนโดของแสนสิริช่วยประหยัดพลังงานได้จริง 25 – 35% เปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมนามธรรมให้เป็นการลดค่าใช้จ่ายในกระเป๋าได้จริง พร้อมเตรียมขยายความร่วมมือกรีนไฟแนนซ์ไปยังโครงการใหม่เพิ่มอีกกว่า 2,000 ล้านบาท

3. Green Retail Loan อัดฉีดสิทธิประโยชน์ “สินเชื่อบ้านสีเขียว” สู่ผู้บริโภค: ส่งต่อประโยชน์ความยั่งยืนจากระดับโครงการ (สินเชื่อพัฒนาโครงการสีเขียว) สู่มือผู้บริโภคอย่างครบวงจร โดยธนาคารกสิกรไทยมอบข้อเสนอพิเศษ อัตราดอกเบี้ยพิเศษต่ำสุดปีแรกเพียง 1.50%* และโปรโมชัน ฟรีค่าจดจำนองมูลค่าสูงสุดถึง 200,000 บาท**

ครอบคลุมโครงการที่อยู่อาศัยสีเขียวของแสนสิริกว่า 100 โครงการทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการลดคาร์บอนผ่านการเลือกที่อยู่อาศัยที่ประหยัดพลังงาน (สมัครและยื่นขอสินเชื่อตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. – 30 ก.ย.นี้ และจดจำนองภายใน 31 ต.ค. 2569)

“สำหรับแสนสิริ มาตรฐาน Thailand Taxonomyไม่ใช่เรื่องของทำแค่ “พอผ่าน” ตามเช็กลิสต์ แต่เราใช้กลยุทธ์หลักในเรื่องความยั่งยืน 3 Green Framework (Green Procurement, Green Construction, Green Architecture & Design) ร่วมกับคู่ค้าและซัพพลายเออร์กว่า 4,000 ราย เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในแง่การล็อกต้นทุนทางการเงินก่อนใคร”

โดยเป็นการตอบสนองเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ (Gen Y และ Gen Z) ที่มองหาบ้านที่ยั่งยืนและคุ้มค่า งานนี้จึงเป็น Multiplier Effect ที่ช่วยขับเคลื่อนให้พันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net-Zero ไปพร้อมกันอย่างเป็นระบบและยั่งยืน” นายอุทัย กล่าว

ความร่วมมือระหว่างแสนสิริและธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่สากล แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า “การลงมือทำจริง” สามารถสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจควบคู่กับความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน