กรมบัญชีกลางปรับระเบียบฯ คัดกรองผู้ประกอบการที่รับงานกับภาครัฐ พร้อมมาตรการลงโทษ ปรับลดระดับชั้น และถอนรายชื่อออกจากทะเบียน

นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง โดยกรมได้ออกระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569 เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่เข้ารับงานกับภาครัฐให้มีคุณภาพและศักยภาพ รวมทั้งกำหนดมาตรการลงโทษผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่ละเลยการปฏิบัติตามสัญญาหรือตามหลักวิชาช่างในงานก่อสร้าง หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชนและหน่วยงานของรัฐ โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

1. การใช้บังคับ มีผลใช้บังคับกับงานก่อสร้างที่มีมูลค่าสัญญาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ของ 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมชลประทาน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรน้ำ และกรมโยธาธิการและผังเมือง งานอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ หรืออาคารชุมนุมคน และงานก่อสร้างทุกประเภทที่มีมูลค่าสัญญาตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ที่มีการเผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวน และลงนามในสัญญาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.2569 เป็นต้นไป

2. เกณฑ์การประเมินและคะแนนความเสียหาย แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงระหว่างการปฏิบัติงานตามสัญญา และช่วงรับประกันความชำรุดบกพร่อง โดยกำหนดคะแนนความเสียหายในกรณีต่าง ๆ เช่น ถูกบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) คะแนนความเสียหาย 60 คะแนน ปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานของหลักวิชาช่างในงานก่อสร้าง หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง อันมีผลกระทบให้ถึงแก่ความตาย คะแนนความเสียหาย 60 คะแนน หรืออันตรายสาหัส คะแนนความเสียหาย 30 คะแนน เป็นต้น

3. การระงับการยื่นข้อเสนอและระงับการลงนามในสัญญา คะแนนความเสียหายจะถูกสะสมเพื่อนำมาใช้ประเมินผู้ประกอบการ ซึ่งหากคะแนนความเสียหายสะสมอยู่ในเกณฑ์การระงับ ผู้ประกอบการรายนั้นจะถูกระงับการเข้ายื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐในโครงการถัดไป ซึ่งกำหนดโทษสูงสุด 720 วัน ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ประกอบการเคยถูกระงับไปแล้วไม่เกิน 2 ปี และมีคะแนนความเสียหายเพิ่มขึ้น ให้นำจำนวนวันที่ถูกระงับไปแล้ว มาหักออกจากจำนวนวันที่ถูกระงับในครั้งใหม่

4. การอุทธรณ์โต้แย้งและการแก้ไขคะแนนความเสียหาย ผู้ประกอบการสามารถอุทธรณ์โต้แย้งผลการประเมินไปยังหน่วยงานของรัฐได้ ภายใน 7 วันทำการ นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งผลคะแนนผ่านระบบ e-GP โดยกรมบัญชีกลางจะลบคะแนนความเสียหาย เมื่อครบระยะเวลา 2 ปี นับถัดจากวันที่ประกาศเผยแพร่คะแนน ทั้งนี้ หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบการหน่วยงานของรัฐจะต้องลบคะแนนความเสียหายทันที

5.การปรับลดระดับชั้นผู้ประกอบการและการเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียน ผู้ประกอบการที่มีคะแนนความเสียหายตั้งแต่ 120 คะแนนขึ้นไป จะถูกปรับลดระดับชั้นลงครั้งละ 1 ระดับ ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งกำหนดโทษสูงสุด 1,440 วัน โดยเมื่อครบระยะเวลาปรับลดแล้ว สามารถยื่นคำขอกลับคืนระดับชั้นเดิมได้ แต่ต้องผ่านหลักเกณฑ์
การขึ้นทะเบียนตามปกติ

สำหรับการเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียน ผู้ประกอบการที่ถูกปรับลดระดับชั้นลง 1 ระดับแล้วอยู่ระดับต่ำสุด หรือกรณีร้ายแรงเนื่องจากปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาช่าง ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ให้เพิกถอนชื่อออกจากทะเบียน แต่สามารถขอขึ้นทะเบียนใหม่ได้เมื่อพ้น 2 ปี

ทั้งนี้ กรมได้ออกแนวทางปฏิบัติและประกาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติงานมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดังนี้

– ประกาศคณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ เรื่อง หลักเกณฑ์การปรับลดระดับชั้น
การกลับคืนระดับชั้นของผู้ประกอบการ และการเพิกถอนรายชื่อผู้ประกอบการออกจากทะเบียนผู้ประกอบการ ลงวันที่ 10 ก.ค.2569

-แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและผู้ประกอบการ ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัย ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.4/ว 506 ลงวันที่ 10 ก.ค.2569

– แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการประประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐและผู้ประกอบการ สำหรับการปฏิบัติงานในระบบ e-GP ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0433.4/ว 507 ลงวันที่ 10 ก.ค.2569

ระเบียบกระทรวงการคลังฯ ฉบับนี้ จะช่วยจัดระดับชั้นของผู้ประกอบการ ทำให้หน่วยงานของรัฐได้ผู้ประกอบการที่พร้อมปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดปัญหาที่เกิดจากการเสนอราคาต่ำสุด เพื่อให้ชนะการเสนอราคา แต่ไม่มีศักยภาพในการปฏิบัติงาน เนื่องจากผู้ประกอบการจะถูกประเมินผลและให้คะแนนความเสียหายหากไม่ปฏิบัติตามสัญญา

อีกทั้งยังกำหนดมาตรการลงโทษเพื่อไม่ให้หน่วยงานของรัฐเกิดความเสียหายจากผู้ประกอบการรายเดิมๆ ที่เคยทำพลาด และยังช่วยลดความเสี่ยงในการทิ้งงานอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน