ทริสเรทติ้ง ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ ASW เป็นระดับ “BBB” พร้อมแนวโน้ม Stable จากเดิม BBB-/Positive สะท้อนฐานะการเงินและผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง หลังเดินหน้าขยายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ทั้งกรุงเทพฯ อีอีซี และภูเก็ต ควบคู่การต่อยอดสู่ธุรกิจสร้างรายได้ประจำ โดยมียอดขายรอรับรู้รายได้ (แบ็คล็อก) กว่า 38,010 ล้านบาท รองรับการรับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงปี 2571
วันที่ 13 ก.ค. 2569 รายงานข่าวจาก บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS Rating) ได้ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรเป็นระดับ “BBB” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” จาก จากเดิมที่ระดับ BBB- แนวโน้ม Positive สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 5 ปีนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ทั้งนี้ ASW ได้วางกลยุทธ์พัฒนาโครงการบนทำเลเชิงกลยุทธ์ (Strategic Location) ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล อีอีซี และขยายพอร์ตการลงทุนสู่จังหวัดภูเก็ต ผ่านการเข้าลงทุนในบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในทำเล จุดหมายปลายท่องเที่ยวระดับโบก (World Destination)
โดยร่วมพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อการพักผ่อน (Leisure Residence) ในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้แบรนด์ THE TITLE ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ พร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจให้บริการ หรือ ฮอสพิทอลลิตี้ ทั้งโรงแรมและร้านอาหาร เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ และเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างรายได้ในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทยังคงทยอยส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมในโซนกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการภายใต้แบรนด์เคฟ ที่สามารถสร้างความเป็นผู้นำในตลาดแคมปัสคอนโด (Campus Condo) ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มนักศึกษา คนรุ่นใหม่ และผู้ปกครอง
รวมถึงแบรนด์อื่นๆ อาทิ แอทโมซ, โมดิซ และ ดิ ออเนอร์ ด้วยจุดเด่นด้านทำเล การออกแบบ และคุณภาพของสินค้า ส่งผลให้หลายโครงการประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขายและการสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโตของบริษัทอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ASW มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มูลค่ารวม 38,010 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงปี 2571 โดยมีไฮไลต์โครงการสร้างเสร็จใหม่เตรียมส่งมอบในครึ่งปีหลังอย่างเดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท และเดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันทำยอดขายได้แล้วกว่า 77%
สำหรับการได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ ASW ที่สะท้อนผลลัพธ์จากการดำเนินกลยุทธ์กระจายพอร์ตธุรกิจ ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงินและการบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ