ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้แนะนำการลงทุนของ นางวลัยลักษณ์ พอกเพิ่มดี เป็นเวลา 10 ปี กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน และมีพฤติกรรมอันส่อไปในทางไม่สุจริตที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ขณะกระทำผิดสังกัด ธนาคารกรุงไทย
วันที่ 14 ก.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ได้รับรายงานจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงม.ค. 2565 – มี.ค. 2568 นางวลัยลักษณ์ กระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของลูกค้า จำนวน 11 ราย มูลค่ารวม 19,316,457 บาท โดย
(1) ไม่นำเงินของลูกค้าจำนวน 11 ราย ไปลงทุนตามความประสงค์ของลูกค้า และนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว และ
(2) ถอนเงินออกจากบัญชีของลูกค้าโดยลูกค้าไม่ทราบและไม่ใช่ความประสงค์ของลูกค้า เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว รวมทั้งทำให้ลูกค้าเข้าใจผิดว่าต้องถอนเงินฝากประจำก่อนครบกำหนดเพื่อฝากต่อ และเมื่อลูกค้าลงนามในใบถอนเงินฝากประจำและมอบให้นางวลัยลักษณ์ดำเนินการ นางวลัยลักษณ์ได้ถอนเงินโดยใช้ใบแทนสมุดบัญชี ทำให้สมุดบัญชีไม่แสดงรายการถอนเงิน และนำเงินของลูกค้าไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
ในการกระทำข้างต้น นางวลัยลักษณ์ ได้มีการจัดทำหรือแก้ไขเอกสารโดยแสดงข้อมูลที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริงเพื่อปิดบังอำพรางให้ลูกค้าเข้าใจผิดว่า มีการลงทุนจริง ได้รับผลตอบแทน และบัญชีเงินฝากของลูกค้ายังมีเงินครบปกติ ทั้งนี้ ภายหลังธนาคารตรวจพบการกระทำผิดดังกล่าว นางวลัยลักษณ์ได้รับสารภาพต่อธนาคาร และธนาคารชดใช้เงินคืนให้ลูกค้าครบถ้วนแล้ว
ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางวลัยลักษณ์ ตาม (1) เป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน และการกระทำตาม (2) เป็นพฤติกรรมอันส่อไปในทางไม่สุจริตที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการเป็นบุคลากรในตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ
โดยทั้ง 2 กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน* ก.ล.ต. จึงเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 2** เป็นเวลา 10 ปี
แต่เนื่องจากการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 2 ของนางวลัยลักษณ์ ได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ก.ล.ต. จึงกำหนดระยะเวลาในการรับพิจารณาคำขอความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนของนางวลัยลักษณ์ในคราวต่อไป เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2569***
ทั้งนี้ ในการพิจารณากำหนดโทษ ก.ล.ต. ได้นำปัจจัยดังต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย ได้แก่ บทบาทความเกี่ยวข้องและพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกพิจารณา การลงโทษที่บุคคลนั้นได้รับไปแล้ว ผลกระทบความเสียหายหรือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น การแก้ไขหรือการดำเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของ ก.ล.ต. และประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน
ก.ล.ต. ขอย้ำให้ผู้ลงทุนตรวจสอบรายงานการถือหน่วยลงทุนและบัญชีเงินฝากอย่างสม่ำเสมอ หากพบการซื้อขายหรือการถอนเงินที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้สั่งควรปฏิเสธหรือทักท้วงโดยทันที และไม่ควรฝากหรือลงนามเอกสารสำคัญประกอบการทำธุรกรรม เช่น ใบถอนเงิน บัตรประชาชน สมุดคู่ฝาก เป็นต้น ให้ผู้แนะนำการลงทุนทำรายการแทนให้ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้
หมายเหตุ :
* เป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อ 23(1) อันเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 31(1) และมีลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 31(3) แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทลธ. 8/2557 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ลงวันที่ 3 มิ.ย. 2557 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทลธ. 48/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน (ฉบับที่ 7) ลงวันที่ 30 ส.ค. 2560
** ผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 2 หมายถึง ผู้แนะนำการลงทุนที่ให้คำแนะนำแก่ผู้ลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่ไม่มีความซับซ้อน และหน่วยลงทุนหรือตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน เช่น หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง
*** หมายความว่า หากนางวลัยลักษณ์ มายื่นคำขอความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนในช่วงระยะเวลา 10 ปี นับจากวันที่ 14 ก.ค. 2569 ก.ล.ต. จะไม่รับพิจารณาคำขอดังกล่าวของนางวลัยลักษณ์