เดือด! ก่อนประชาพิจารณ์ จดหมายลับกดดัน กมอ. บีบพลิกร่าง มอก.เหล็กคุมเตา IF ด้าน 10 สมาคมฯ ยันเหล็กไทยไม่ขาดแคลน หนุนผู้ผลิตปรับตัวสู่สากล 3-5 ปี
จากกรณีที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) กำลังพิจารณาการจัดทำร่าง มอก.เหล็กฉบับใหม่ ซึ่งเตรียมเปิดทำประชาพิจารณ์ภายในเดือนก.ค.นี้ เพื่อคุมเข้มโรงงานเหล็กที่ใช้ “เตาอินดักชั่น” (Induction Furnace: IF) ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทยอย่างหนัก
ล่าสุดพบข้อมูลวงในที่น่าตกใจว่า กลุ่มทุนเหล่านี้ไม่ได้เพียงแค่ดื้อแพ่งไม่ปรับตัว แต่ยังใช้กลยุทธ์ฟ้องปิดปาก (SLAPP Lawsuit) ข่มขู่กรรมการรายบุคคลเพื่อบีบให้พลิกมติ
แหล่งข่าวจากวงการเหล็กเปิดเผยว่า มีกรรมการ กมอ. หลายท่านได้รับจดหมายจากทนายความของกลุ่มทุนเหล็กเตา IF ในลักษณะแกมข่มขู่ เพื่อให้เปลี่ยนมติในขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ ส่งผลให้กรรมการบางส่วนที่เป็นนักวิชาการหรือข้าราชการเกิดความหวั่นไหวจนไม่กล้าลงนาม
ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร มีการโต้แย้งจากกลุ่มทุนจีนว่า ในประเทศจีนยังมีการใช้เตาประเภทนี้อยู่ แต่ตัวแทนอุตสาหกรรมไทยได้โต้แย้งกลับว่าเป็นการโกหกไม่เนียน
การกล่าวอ้างว่าจีนยังใช้เตา IF ทั่วไป เปรียบได้กับการใช้ยาเสพติดบางชนิด ซึ่งในประเทศไทยผิดกฎหมาย แต่มีการอนุญาตให้ใช้ได้ในเฉพาะทางการแพทย์ กลุ่มคนเหล่านี้จึงแอบอ้างว่าที่ใช้เฉพาะทางเพื่อการแพทย์เพียงเล็กน้อยนำมาเป็นเหตุผลให้ใช้ได้ทั่วไป
“แต่ข้อเท็จจริงคือรัฐบาลจีนสั่งไล่เตาเหล่านี้ออกนอกประเทศ เพราะเป็นเงินเลวที่ทำลายเงินดี สร้างมลพิษสูงและคุณภาพต่ำ จนกลุ่มทุนเหล่านี้ต้องทะลักเข้ามาในไทยและฟิลิปปินส์”
ส่วนข้อกังวลว่าหากสั่งปิดหรือคุมเข้มโรงงานเหล่านี้ ประมาณ 5-7 โรงที่ไม่ยอมปรับตัวในปัจจุบัน จะทำให้เหล็กขาดแคลนนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากปัจจุบันบางโรงงานเหล็กมาตรฐานของไทยหลายแห่ง ต่างเดินเครื่องไม่เต็มกำลังผลิตเพียง 60% หากโรงงานเงินเลวเหล่านี้หยุดไป โรงงานไทยที่ได้มาตรฐานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมกลับมาผลิตเสริมได้ทันที
นอกจากนี้ โรงงานกลุ่มเตาเถื่อน IF ส่วนใหญ่ยังมีพฤติกรรมลงทุนสีเทา ทั้งการโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เศษเหล็ก และการจ้างแรงงานต่างชาติเป็นหลัก ทำให้เศรษฐกิจไทยแทบไม่ได้ประโยชน์เมื่อเทียบกับมลพิษที่ทิ้งไว้
ดังนั้น กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กของไทยเห็นด้วยกับแนวทางของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ที่จะให้ระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) ประมาณ 3-5 ปี เพื่อให้โรงงานปรับปรุงเทคโนโลยีไปใช้เตา EAF ที่สะอาดกว่า หรือติดตั้งเครื่องบำบัดมลพิษออนไลน์
“เราไม่ได้ไล่เขา แต่เราขอให้เขาปรับตัวเพื่อประเทศชาติและสิ่งแวดล้อม หากใครไม่ยอมลงทุนปรับปรุงตามมาตรฐานสากล ก็ไม่ควรปล่อยให้เงินเลวมาเบียดขับอุตสาหกรรมเหล็กที่ดีของไทยให้ล่มสลายไป”
ด้านนายนาวา จันทนสุรคน แกนนำกลุ่ม 10 สมาคมอุตสาหกรรมเหล็ก เปิดเผยว่าผู้ผลิตเหล็กไทยยืนยันพร้อมเคียงข้างคนดี และหากมีการฟ้องร้อง ขอให้ยึดแนวทางของประธานศาลฎีกาที่ไม่ต้องการให้ศาลตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนที่ใช้การฟ้องร้องเพื่อปิดปากผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต