สอน.-สมอ. พัฒนาแพลตฟอร์ม AI เชื่อมอุตสาหกรรมแบบไร้รอยต่อ สู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ผ่าน AI Dashboard ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยข้อมูลในปี 2572

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่าได้ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของกระทรวงอุตสาหกรรม นำร่องพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบบริหารจัดการข้อมูล (Data Driven) เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐ ลดข้อจำกัดการทำงานแบบแยกส่วน และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย

ทั้งนี้ การนำ AI เข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การพยากรณ์สภาพอากาศ วางแผนเพาะปลูก ตรวจจับจุดความร้อนเพื่อลดการเผาอ้อย จนถึงการวิเคราะห์กระบวนการผลิตและคาดการณ์แนวโน้มการบริโภคน้ำตาลในประเทศและตลาดโลก

การดำเนินงานครั้งนี้ สอดรับกับวิสัยทัศน์ตามแผนปฏิบัติราชการดิจิทัล พ.ศ.2566-2570 ในการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่มีระบบนิเวศดิจิทัลที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับบริการดิจิทัลที่ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) และมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตให้กับบุคลากรของหน่วยงาน

ด้านนายภัทรพล ลิ้มภักดี รองเลขาธิการ สมอ. เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานว่า ได้ขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็นหน่วยงานอัจฉริยะใน 3 มิติหลัก คือ การปฏิรูปกระบวนการทำงานสู่ดิจิทัล (Digital Core) การเชื่อมโยงข้อมูลอย่างไร้รอยต่อ (Data Integration) และการสร้างนวัตกรรม AI เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ภายใต้แผนปฏิบัติการดิจิทัล ปี 2569-2572

แผนการปฏิรูปจะเน้นระบบกลางที่รวมข้อมูลฐานทะเบียน มอก., กระบวนการ e-License, e-Surveillance และ TISI-NSW เข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมาย 3 ด้าน คือ SPEED ความรวดเร็ว, TRANSPARENCY ความโปร่งใส และ SAFETY ความปลอดภัยได้มาตรฐานสากล เพื่อเอื้อต่อการพัฒนาโครงการใหญ่ในอนาคต

เช่น AI Expert System ในปี 2570 เพื่อยกระดับการประเมินความเสี่ยงโรงงาน และระบบ SMART TISI สำหรับการเฝ้าระวังตลาดเชิงรุก ก่อนจะก้าวสู่ระบบหน่วยงานอัจฉริยะที่ตัดสินใจด้วยข้อมูลเชิงลึก (Data-Driven Decision Making) อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2572

นอกจากนี้ ได้นำข้อมูลใบอนุญาตและการตรวจประเมินมาพัฒนาเป็นระบบ Risk Assessment Dashboard เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและจัดลำดับความสำคัญในการกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรม พร้อมพัฒนาระบบติดตามมาตรฐาน มอก. แบบออนไลน์ และนำ AI Social Listening มาเฝ้าระวังสินค้าควบคุมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

โครงการดังกล่าวยังวางรากฐานสู่การพัฒนา Data Management Platform, AI Dashboard แบบเรียลไทม์, AI Chatbot ให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และระบบ Smart Alert แจ้งเตือนความเสี่ยงเชิงลึกในอนาคต โดยมีการพัฒนาบุคลากรด้านข้อมูลและ AI แล้วกว่า 170 คน และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนรวมเกือบ 1,500 คน ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันภาครัฐและอุตสาหกรรมไทยสู่การตัดสินใจบนฐานข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน