“โยปป้าโยเกิร์ต” เดินหน้าขยายธุรกิจรับกระแสผู้บริโภคตอบรับดี หลังเปิดสาขาแรกย่านสยามลูกค้าต่อคิวยาว พร้อมเปิดแฟรนไชส์เริ่มต้น 180,000 บาท ล่าสุดมีผู้ซื้อแล้วกว่า 50 รายทั่วประเทศ เร่งเปิดสาขาใหม่ทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ หวังเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภค ควบคู่การออกสินค้าใหม่และใช้กลยุทธ์คอนเทนต์ออนไลน์สร้างการรับรู้แบรนด์
นางสาวนริลญา กุลมงคลเพชร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เด็กพุงป่อง จำกัด เปิดเผยว่าหลังบริษัทมองเห็นโอกาสในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) จึงได้พัฒนาแบรนด์โยปป้า โยเกิร์ต โดยชูจุดขายโยเกิร์ตที่มีซินไบโอติก พร้อมกำหนดราคาจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภค เริ่มต้นที่ 49 บาท ส่งผลให้การตอบรับของตลาดเป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจ
ทั้งนี้ภายหลังเปิดสาขาแรกที่สยามสแควร์ ซอย 3 แบรนด์ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยมีลูกค้ารอคิวทุกวัน และมีฐานลูกค้าครอบคลุมทุกเพศทุกวัยตามกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้ ขณะเดียวกันบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับกระแสความนิยมของผู้บริโภค อาทิ โยเกิร์ตมัทฉะสตรอว์เบอร์รี่ ฝรั่งบ๊วย อูเบะ โมจิ โยเกิร์ตกับไข่มุกอูเบะ รวมถึงรสชาติใหม่อย่างโยเกิร์ตองุ่นเคียวโฮ และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดตัวไอศกรีมโยเกิร์ต
“โยปป้า โยเกิร์ต เป็นโยเกิร์ตรสชาติทานง่าย มีรสชาติใหม่ๆ ออกมาตลอด ในอนาคตลูกค้าจะสามารถปรับรสชาติความเปรี้ยวของโยเกิร์ตได้เองด้วย เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่มีตั้งแต่กลุ่มนักเรียนมัธยม นักศึกษา ไปจนถึงกลุ่มคนทำงาน นักท่องเที่ยวย่านสยาม ด้วยราคาที่ตั้งไว้ไม่สูงมากนัก ทำให้ตัดสินใจซื้อทานได้ง่าย และกลับมาซื้อซ้ำได้บ่อยครั้ง”นางสาวนริลญา กล่าว
อีกทั้งในช่องทางเดลิเวอรีก็ตอบรับดี ทำให้บริษัทตัดสินใจเปิดขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจในราคาเริ่มต้นที่ 180,000 บาท เพื่อหาคู่ค้าในการกระจายสาขา เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทั่วกรุงเทพ และจังหวัดต่างๆ ได้สะดวกขึ้น โดยล่าสุดมีผู้ซื้อแฟรนไชส์แล้วกว่า 50 ราย จากทั้ง 4 ภาคทั่วไทย
สำหรับปัจจุบันสาขาแฟรนไชส์ที่ได้ทยอยเปิดให้บริการแล้ว อาทิ ยูเนียน มอลล์, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, มาร์เก็ต เพลส สุวรรณภูมิ ประชาอุทิศ, โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุพรรณบุรี และเดอะ มอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค เป็นต้น
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าขยายสาขาที่บริหารเองให้ครบ 9 สาขาภายในปีนี้ โดยคาดว่าสาขาที่ 2-4 จะเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาส 3 ส่วนสาขาแฟรนไชส์ที่อยู่ระหว่างเตรียมเปิดจะกระจายทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดสำคัญทั่วประเทศ อาทิ เดอะมอลล์ บางกะปิ, เดอะ เซอร์เคิล, โรบินสัน สมุทรปราการ, อิมพีเรียล สำโรง
ขณะที่ จ.นนทบุรี มี 4 แห่ง ประกอบด้วยเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เซ็นทรัล เวสต์เกต, ชาญ แอท ดิ อเวนิว และตลาดต้นสัก ส่วน จ.ชลบุรีมี 4 แห่ง ตลอดจน จ.ระยอง,ภูเก็ต หาดใหญ่ เซ็นทรัล พิษณุโลก รวมถึงจ.นครราชสีมา 3 แห่ง คือ เซ็นทรัล โคราช, ซิตี้ลิงค์ โคราช และเดอะมอลล์ โคราช ส่วน จ.เชียงใหม่ มี 3 แห่ง ได้แก่ ห้างเมญ่า, เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ และพื้นที่ตรงข้ามเซ็นทรัล แอร์พอร์ต เป็นต้น”
สำหรับกลยุทธ์การตลาด บริษัทใช้ทั้งการสื่อสารแบบ ลูกค้าบอกต่อ ควบคู่กับการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้แบรนด์ได้ตามเป้าหมาย โดยกระแสการบอกต่อมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการต่อคิวซื้อหน้าร้านอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ช่องทางเดลิเวอรีก็มีการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้าง CEO Branding ผ่านการผลิตคอนเทนต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์และมีคอนเทนต์หลายชิ้นที่มียอดรับชมระดับหลายล้านวิว