พาณิชย์ กาง 4 แผน แก้ลำ ทุเรียนใต้ ราคาตก เร่งกระจายผลผลิต 3 แสนตัน

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่าได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียนภาคใต้ และตรวจเยี่ยมการจำหน่ายทุเรียนทั้งตลาดส่งออกและตลาดภายในประเทศ ณ ตลาดมรกต อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตรในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการบริหารจัดการผลไม้ไทย เร่งเชื่อมโยงและกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิต ตามแผนระยะเร่งด่วนในการบริหารจัดการ ผลผลิตทุเรียนใต้ 300,000 ตัน

ขณะนี้ผลผลิตทุเรียนภาคใต้เข้าสู่ช่วงที่ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดมากกว่า 50% ของฤดูกาล โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรกว่า 70% หรือประมาณ 243,000 ตันกรมการค้าภายในจึงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การซื้อขาย และกระบวนการกระจายผลผลิตผ่านกลไก ตลาดกลางในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน คือ ตลาดมรกต อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ซึ่งถือเป็นตลาดหน้าด่านของผลไม้ในเขตภาคใต้โดยเฉพาะทุเรียน

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า จากการติดตามสถานการณ์และรับฟังปัญหาในพื้นที่พบว่า ในพื้นที่เองยังมีปัจจัยความเสี่ยง ทางด้านราคาทุเรียน จึงได้หารือร่วมกับผู้บริหารตลาดและผู้ประกอบการ เพื่อกำหนดมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ไว้ 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่

1. การบริหารจัดการผลผลิตในช่วงนี้ ผลผลิตทุเรียนภาคใต้ออกสู่ตลาดจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือการเร่งระบายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตให้ได้เร็วที่สุด กรมการค้าภายในเร่งประสานกรมการขนส่งทางบก และในพื้นที่ให้มีการกำกับดูแล ให้เป็นไปตามข้อตกลงภายใต้ความตกลง GMS CBTA (Greater Mekong Subregion Cross-Border Transport Facilitation Agreement) อย่างเคร่งครัด และเร่งประสานรถบรรทุกไทยให้เข้าซื้อมากขึ้น ลดปัญหาคอขวดด้านโลจิสติกส์ในช่วงที่ผลผลิตออกพร้อมกัน และเชื่อมโยงผู้รับซื้อจากต่างประเทศให้เข้ามารับซื้อผลผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุเรียนออกจากสวนได้รวดเร็ว ไม่กระจุกตัว

2. การรักษาคุณภาพทุเรียนไทย คุณภาพของทุเรียนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อราคา ยิ่งทุเรียนมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ก็ยิ่งมีโอกาสจำหน่ายได้ในราคาที่ดี จึงต้องช่วยกันรักษามาตรฐานการผลิต ตั้งแต่การตัดทุเรียนแก่ตามเกณฑ์ การคัดแยกคุณภาพ และการปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ รักษาภาพลักษณ์ของทุเรียนไทย

3. การส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย เมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก การแปรรูปจะช่วยรองรับผลผลิตและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้ โดยกรมฯ จึงส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการนำทุเรียนไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ทุเรียนทอด ทุเรียนกวน และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ พร้อมช่วยเชื่อมโยงตลาด

4. การสื่อสารหรือเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้าได้เข้ามาซื้อทุเรียนในพื้นที่ ที่ตลาดมรกต เพื่อเพิ่มการกระจายผลผลิต

ด้าน นายธเนศ สร้างถาวร ผู้จัดการตลาดมรกต กล่าวว่า ตลาดมรกตมีความพร้อมรองรับผลผลิตทุเรียนภาคใต้ที่จะทยอยออกสู่ตลาด โดยหลังจากผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกสิ้นสุดฤดูกาลแล้ว ทุเรียนจากแหล่งผลิตทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้ ได้ทยอยเข้าสู่ตลาดมรกตเพื่อคัดแยกคุณภาพและกระจายสู่ตลาดปลายทาง ทั้งตลาดส่งออกและตลาดภายในประเทศ

ด้านผู้ประกอบการแผงค้าในตลาดมรกต เปิดเผยว่า ผู้บริโภคชาวจีนยังคงให้ความนิยมทุเรียนไทยเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ได้รับความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและรสชาติ ขณะที่ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษได้รับการยอมรับในฐานะทุเรียนระดับพรีเมียมสำหรับผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้ แม้จะมีทุเรียนจากประเทศคู่แข่งเข้าสู่ตลาดมากขึ้น แต่หากเปรียบเทียบในระดับราคาและคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน ผู้นำเข้าชาวจีนยังคงเลือกซื้อทุเรียนไทยเป็นอันดับแรก

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า ตลาดมรกตเป็นกลไกสำคัญมาก ในการกระจายทุเรียนภาคใต้ออกนอกพื้นที่ผลิต โดยมีทุเรียนหมุนเวียนผ่านตลาดเฉลี่ยวันละประมาณ 5,000 ตัน แบ่งเป็นจำหน่ายในประเทศ 20% และส่งออก 80% ขณะที่ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดสูงสุดระหว่างกลางเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม คาดว่าจะมีทุเรียนผ่านตลาดเพิ่มเป็นวันละกว่า 10,000 ตัน และด้วยศักยภาพของตลาดมรกตจะสามารถรองรับและกระจายผลผลิตทุเรียนภาคใต้ออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ประมาณ 200,000–300,000 ตัน ช่วยเร่งระบายผลผลิตออกจากแหล่งผลิต ลดความแออัดของผลผลิต และสนับสนุนการรักษาเสถียรภาพด้านการตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกจำนวนมาก

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในยังคงติดตามสถานการณ์ผลผลิตและราคาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการผลไม้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดย ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ราคาทุเรียนหมอนทอง เกรด AB รับซื้ออยู่ที่ 85–110 บาทต่อกิโลกรัม เกรด C รับซื้อ 60–80 บาทต่อกิโลกรัม และ เกรด D รับซื้อ 45–55 บาทต่อกิโลกรัม

นอกจากการใช้กลไกตลาดกลางในการเชื่อมโยงและกระจายผลผลิตแล้ว กรมการค้าภายในยังเดินหน้ามาตรการคู่ขนาน ทั้งการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์ สนับสนุนบรรจุภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร และจัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคทุเรียนภาคใต้ เพื่อเร่งระบายผลผลิต รักษาเสถียรภาพราคา และสร้างรายได้ที่เหมาะสมให้แก่เกษตรกร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน