ค่าขนส่งทางถนนน ไตรมาส 2 พุ่ง 11% พาณิชย์ ชี้สินค้าเกษตรอ่วมสุด

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ภาพรวมดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 โดยมีปัจจัยหลักจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก และคาดว่าในไตรมาสถัดไปดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนมีแนวโน้มจะทรงตัวในระดับสูง

ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามกิจกรรมการผลิต ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 สูงขึ้น 11.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 โดยเป็นการปรับตัวสูงขึ้นในทุกหมวด ได้แก่ หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง สูงขึ้น 15.5% จากการสูงขึ้นของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้น 4.3% จากการสูงขึ้นของหิน ทราย และดิน และลิกไนต์ และหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้น 10.7% จากการสูงขึ้นของค่าบริการขนส่งผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องจักรและเครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ยานยนต์ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์

ทั้งนี้หากแบ่งโครงสร้างแบ่งตามประเภทรถ จะเห็นว่าปรับตัวสูงขึ้นของรถทุกประเภท ดังนี้รถกระบะบรรทุก สูงขึ้น 12.0 % รถพ่วง สูงขึ้น 11.3% รถตู้บรรทุก สูงขึ้น 12.5% รถบรรทุกเฉพาะกิจ สูงขึ้น 6.1% รถบรรทุกของเหลว สูงขึ้น 9.1 % รถบรรทุกวัสดุอันตราย สูงขึ้น 13.2% และหมวดรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว สูงขึ้น 4.8%

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ นอกเหนือจากราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของภาคการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก ยังมีปัจจัยหนุนจากฝั่งอุปสงค์ตามการขนส่งสินค้าเกษตรประจำฤดูกาลที่มีปริมาณความต้องการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในภาคโลจิสติกส์ยังเผชิญกับต้นทุนดำเนินงานอื่น ๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น เช่น ค่าบำรุงรักษาพาหนะ ค่าอะไหล่ และค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการ เป็นต้น รวมถึงปัญหาการขาดแคลนพนักงานขับรถบรรทุกที่มีทักษะ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ได้สร้างแรงกดดันให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาค่าบริการสูงขึ้นเพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

นายนันทพงษ์กล่าวว่าสำหรับแนวโน้มดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 คาดว่าจะยังทรงตัวในระดับสูง โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งคาดว่าจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ประกอบกับอุปสงค์ในการขนส่งที่ได้รับแรงหนุนจากสินค้าเกษตรประจำฤดูกาลที่จะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก

รวมทั้งในช่วงฤดูฝนอาจเป็นอุปสรรคต่อภาคการขนส่ง ซึ่งจะส่งผลให้ระยะเวลาในการขนส่งต่อเที่ยวสะสมนานขึ้น อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแข่งขันด้านราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ประกอบการบางส่วนอาจเลือกที่จะแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาฐานลูกค้า นอกจากนี้ ความผันผวนของสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก อาจส่งผลให้ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไม่เป็นไปตามที่คาดได้

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน