กรมชลประทานเผยสถานการณ์น้ำต้นทุน ยังต่ำกว่าปีก่อน แม้ฝนเริ่มดี ย้ำบริหารจัดการน้ำใกล้ชิด เตรียมความพร้อม รับมืออุทกภัย ช่วงฤดูฝนเต็มที่
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ติดตามสถานการณ์น้ำ และสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ และสอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในช่วงฤดูฝน และสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด

จากรายงานของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center : SWOC) กรมชลประทาน ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 42,563 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างเก็บน้ำรวมกัน ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 34,102 ล้าน ลบ.ม.

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีปริมาณน้ำกักเก็บ 45,131 ล้าน ลบ.ม. พบว่า ปีนี้ยังมีปริมาณน้ำต้นทุนน้อยกว่าปีก่อน แม้ในระยะที่ผ่านมา จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น และอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ แต่ภาพรวมยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่เหลือของฤดูฝน ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อการเติมน้ำต้นทุนของประเทศ

สำหรับสถานการณ์ฝน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 19 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยมีปริมาณฝนสะสมเฉลี่ย 624.6 มิลลิเมตร (มม.) ต่ำกว่าค่าปกติ 69.9 มม. หรือประมาณร้อยละ 10 โดยหลายภูมิภาคยังมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีปริมาณฝนสูงกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 15 สะท้อนว่าภาพรวมของปริมาณฝนทั้งประเทศยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในหลายพื้นที่

ด้านสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 12,406 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างเก็บน้ำรวมกัน อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้

โดยจากการประเมินสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน คาดว่าในช่วงต้นฤดูแล้งปี 2569/2570 จะมีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอสำหรับสนับสนุนการใช้น้ำในทุกภาคส่วน ทั้งการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ และการเกษตร ตามแผนบริหารจัดการน้ำที่กำหนดไว้

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย กรมชลประทานได้ระดมเครื่องจักรเครื่องมือเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงวันที่ 13 – 19 กรกฎาคม 2569 ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 28 จังหวัด ใช้เครื่องจักรกลรวม 163 หน่วย ประกอบด้วยเครื่องสูบน้ำ 153 เครื่อง สูบน้ำรวมกว่า 46,643 ลบ.ม. และเครื่องจักรอื่น ๆ อีก 10 หน่วย

ขณะที่ตั้งแต่เริ่มการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 19 กรกฎาคม 2569 ได้เข้าช่วยเหลือสะสมแล้ว 40 จังหวัด ใช้เครื่องจักรรวม 397 หน่วย ได้แก่ เครื่องสูบน้ำ 317 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 1 คัน เครื่องผลักดันน้ำ 4 เครื่อง และเครื่องจักรอื่น ๆ อีก 75 หน่วย เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ แม้ปริมาณน้ำต้นทุนในปีนี้จะยังต่ำกว่าปีก่อน แต่กรมชลประทาน ได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเต็มกำลัง โดยติดตามสถานการณ์ฝน ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และสภาพน้ำในลุ่มน้ำต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC)

พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเพียงพอรองรับการใช้งานในทุกภาคส่วน ควบคู่กับการลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในช่วงฤดูฝน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน