SCG มั่นใจรายได้ปี 69 โตเหนือปีก่อน กำไร Q2 พุ่ง 85% แตะ 1.15 หมื่นล้านบาท รับอานิสงส์ธุรกิจเคมิคอลส์ฟื้น เคาะปันผล 3.50 บาท ลุ้นปิดดีลร่วมทุน PTTGC ก.ย.นี้

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง มีกำไรสุทธิ 11,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการฟื้นตัวของธุรกิจเคมิคอลส์หลังส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับผลการดำเนินงานของธุรกิจแพ็กเกจจิ้ง (SCGP) ในอินโดนีเซียที่ปรับตัวดีขึ้น

รายได้จากการขายในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 136,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากราคาขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่สูงขึ้น รวมถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นของ SCGP และธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

ด้านกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Adjusted Cash EBITDA) ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 27,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและสร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่ง แม้ยังเผชิญความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 17,758 ล้านบาท ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ บริษัทจะมีกำไรปรับปรุง (Adjusted Profit) อยู่ที่ 12,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,196 ล้านบาทจากปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 259,570 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 ในอัตรา 3.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นวงเงินรวม 4,200 ล้านบาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 สิงหาคม 2569

นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทคาดว่ารายได้รวมปี 2569 จะเติบโตจากปีก่อนที่ทำได้ 516,954 ล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนจากราคาขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น และยอดขายของธุรกิจแพ็กเกจจิ้งที่เพิ่มขึ้น

ขณะที่ Adjusted Cash EBITDA ทั้งปีมีแนวโน้มสูงกว่าปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 54,000-55,000 ล้านบาท หลังครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 42,913 ล้านบาท และเชื่อว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังจะยังสร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่ง รองรับการลงทุน การจ่ายผลตอบแทนผู้ถือหุ้น และดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ แม้ครึ่งปีหลังยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง เงินเฟ้อ และต้นทุนพลังงานที่ผันผวน แต่บริษัทมั่นใจว่าสามารถรับมือได้จากการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าการเจรจาความร่วมมือกับ PTT Global Chemical (PTTGC) เพื่อร่วมพัฒนาธุรกิจปิโตรเคมี จะมีความชัดเจนภายในเดือนก.ย.2569

สำหรับแผนดำเนินงานปี 2570 บริษัทจะเดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรต่อเนื่อง โดยเร่งเพิ่มสัดส่วนการใช้ก๊าซอีเทนเป็นวัตถุดิบในโครงการ Long Son Petrochemicals (LSP) ประเทศเวียดนาม ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ บริหารฐานการผลิตในอาเซียน ปรับโครงสร้างการบริหาร และนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2570 เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน