ก.ล.ต. กล่าวโทษ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) และอดีตกรรมการ 2 ราย ต่อ บก.ปอศ. กรณีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ในรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน หลังตรวจพบไม่รายงานผลกระทบจากเหตุถูกโจมตีทางไซเบอร์เมื่อปี 2564 ซึ่งมีสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าสูญหายมูลค่าราว 1,700 ล้านบาท พร้อมระบุคดีเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและพิจารณาตามกฎหมายต่อไป

วันที่ 23 ก.ค. 256 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) และอดีตกรรมการบริษัท ต่อกองบังคับการปราบปรามการ กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. อันเป็นความผิดตามมาตรา 76 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตราเดียวกัน

โดยในกรณีดังกล่าวอดีตกรรมการบริษัทต้องรับผิดตามมาตรา 94 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ รวมทั้งกล่าวโทษอดีตกรรมการบริษัทกรณีลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลใด ๆ อันเป็นความผิดตามมาตรา 88(2) ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 88 วรรคท้าย แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ

ทั้งนี้ก.ล.ต.ตรวจสอบพบว่า ในช่วงเดือนพ.ค. 2564 Bitkub ได้ถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด 16 สกุล โดยการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นเหตุให้มีสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าจำนวนหนึ่งถูกนำออกไปจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท และต่อมาพบข้อมูลว่า Bitkub ได้หาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. 2564)

จากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบว่า Bitkub ไม่ได้แจ้ง ก.ล.ต. ในแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (แบบรายงาน ด.จ. 1) ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์การถูกโจรกรรมที่เกิดขึ้น โดยในแบบรายงาน ดจ. 1 ฉบับวันที่ 10 พ.ค. 2564 ถึงวันที่ 30 ต.ค. 2564 ไม่ปรากฏว่ายอดทรัพย์สินของ Bitkub มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากเหตุการณ์การถูกโจรกรรม ซึ่งเข้าข่ายเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. อันเป็นความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ)

ทั้งนี้ นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ กรรมการของ Bitkub เป็นบุคคลที่รับผิดชอบในการนำส่งแบบรายงาน ดจ. 1 ในช่วงเกิดเหตุ ดังนั้น บุคคลทั้ง 2 รายดังกล่าว จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับ Bitkub ตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 76 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ

นอกจากนี้ นายสกลกรย์ และนายทวีทรัพย์ ยังลงข้อความเท็จในแบบรายงาน ดจ. 1 ในช่วงเกิดเหตุ ซึ่งเป็นเอกสารของ Bitkub เพื่อลวง ก.ล.ต. ให้หลงเชื่อว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังถูกเก็บรักษาไว้โดยปกติและไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับ Bitkub จึงเข้าข่ายเป็นการลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลใด ๆ อันเป็นความผิดตามมาตรา 88(2) แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 88 วรรคท้าย

ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษบุคคลดังกล่าวจำนวน 3 ราย ได้แก่ Bitkub นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ปัจจุบันเป็นอดีตกรรมการของ Bitkub ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปจะอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การพิจารณาสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามลำดับ โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ขอเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน

โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th และแอปพลิเคชัน SEC Check First และสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจ ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ที่ investor alert ลิงก์ https://market.sec.or.th/public/idisc/th/InvestorAlert

ทั้งนี้ หากมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย โปรดแจ้งที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทาง Facebook page “สำนักงาน กลต.” หรือ Sec Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. เพื่อการตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน