ส.อ.ท.ปรับประมาณการผลิตรถยนต์ปี 69 เหลือ 1.45 ล้านคัน พิษสงคราม-ภาษีสหรัฐฉุดส่งออก แต่เพิ่มเป้ารถจักรยานยนต์รับดีมานด์ฟื้น แตะ 2.05 ล้านคัน
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าสภาอุตฯ ปรับประมาณการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกลง 50,000 คัน จาก 950,000 คัน เหลือ 900,000 คัน หรือลดลง 5.26% ส่งผลให้ยอดผลิตรถยนต์ปี 2569 ทั้งปีลดลง 3.33% จากเดิม 1,500,000 คัน เหลือ 1,450,000 คัน
ขณะที่ประมาณการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศยังคงไว้ที่ 550,000 คัน เท่าเดิม เนื่องจากการส่งออกได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มยืดเยื้อ ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกรถยนต์ไปยังตะวันออกกลางในช่วงครึ่งปีแรกลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 38.35% จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ มาตรการกีดกันการค้าและภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ ยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน ประกอบกับการเข้ามาทำตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ส่งผลต่อการแข่งขันกับรถยนต์จากประเทศไทยในการส่งออกไปภูมิภาคต่างๆ ทั้ง อาเซียน
ออสเตรเลียและโอเชียเนีย รวมถึงภูมิภาคอื่นๆ และเกณฑ์การปล่อยมลพิษจากรถยนต์ของประเทศคู่ค้าเริ่มมีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น
นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แต่จากการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศและแนวโน้มความต้องการของตลาดรถจักรยานยนต์อย่างต่อเนื่อง กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ปรับประมาณการผลิตรถจักรยานยนต์ของประเทศไทยในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากเดิม 2,000,000 คัน เป็น 2,050,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 2.50%
โดยเป็นการปรับเพิ่มประมาณการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศจาก 1,600,000 คัน เป็น 1,650,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 3.13% ขณะที่ประมาณการผลิตเพื่อการส่งออกไว้คงเดิมที่ 400,000 คัน
เนื่องจากตลาดรถจักรยานยนต์ที่ประเทศไทยส่งออกไป มีการส่งไปในหลายภูมิภาคทั่วโลก จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากสภาวะสงคราม ในปัจจุบันยังคงมียอดการสั่งซื้ออตามแผน รวมทั้งการผลิตเพื่อขายในประเทศปรับขึ้น จาก 1.6 ล้านคัน เป็น 1.65 ล้านคัน (ประมาณการขายตลาดรวมในประเทศอยู่ที่ 1.75
ล้านคัน)
โดยได้ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ “ไทยช่วยไทย พลัส” ทำให้มีการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้รถจักรยานยนต์ และการเกิดไฟแนนซ์ ขนาดเล็กใหม่ๆ (Microfinance) ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ดีขึ้น