สุริยะ สั่งแก้ปัญหาดินเค็ม 17 จังหวัด เร่งฟื้นที่ทำกินให้เกษตรกร
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรดินและที่ดินอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพภาคการเกษตรของประเทศ สำหรับการแก้ไขปัญหาดินเค็ม ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดินเร่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการพื้นที่ดินเค็มเชิงรุกทั่วประเทศภายใต้แนวคิด เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
ควบคู่การบริหารจัดการเชิงพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน ลดต้นทุนการผลิต และสร้างความมั่นคงด้านอาชีพให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืนการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (Area-Based Management) บนฐานลุ่มน้ำย่อย ควบคู่ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ การใช้นวัตกรรมและข้อมูลดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน สร้างความมั่นคงทางอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน
นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้เร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาดินเค็มเชิงรุก โดยปัจจุบันดำเนินการพัฒนาพื้นที่ดินเค็มแบบบูรณาการ ครอบคลุมพื้นที่ 33,200 ไร่ ใน 17 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้แนวทางการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (Area-Based Management) บนฐานลุ่มน้ำย่อย
โดยกำหนดมาตรการให้เหมาะสมตามระดับความรุนแรงของปัญหาดินเค็ม เนื่องจากสภาพดินเค็มเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการผลิตทางการเกษตร ทำให้โครงสร้างดินเสื่อมโทรม ความอุดมสมบูรณ์ลดลง และกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยเฉพาะข้าวซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ กรมฯ จึงขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ผ่านการบูรณาการ 4 มิติ ได้แก่
1. พัฒนาระบบอนุรักษ์ดินและน้ำเชิงรุกในระดับลุ่มน้ำ ลดและชะลอการแพร่กระจายของความเค็ม พร้อมส่งเสริมการปลูกพืชปุ๋ยสดและเพิ่มอินทรียวัตถุ ช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน
2. บริหารจัดการเชิงพื้นที่ระดับลุ่มน้ำย่อย โดยจำแนกพื้นที่ตามระดับความรุนแรงของดินเค็ม 4 ระดับ เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสม
3. ประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการควบคุมระดับน้ำใต้ดินเค็ม ลดการเคลื่อนตัวของเกลือขึ้นสู่ผิวดิน พร้อมพัฒนาระบบติดตามและเฝ้าระวังเชิงรุก เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ดินเค็ม
4. ยกระดับสู่ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการดินเค็ม ด้วยการพัฒนาระบบฐานข้อมูลดินและบริการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) เพื่อสนับสนุนการวางแผน ติดตาม และแก้ไขปัญหาดินเค็มได้อย่าง แม่นยำและมีประสิทธิภาพ