อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ไม่หวั่น ภาษี301 แนะเร่งบุกตลาด FTA แทน

นายชลัมพล โลทารักษ์พงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่าถึงกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศเก็บภาษีศุลกากรกับ 60 ประเทศคู่ค้า ฐานไม่บังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ ตามมาตรา 301 โดยไทยและอีก 37 ประเทศ เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และจีน ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเป็น12.5% ว่า ทิศทางและวัตถุประสงค์ของรัฐบาลสหรัฐฯ มีความชัดเจนในการใช้มาตรการภาษีนำเข้าเพื่อลดการขาดดุลการค้า ดังนั้น ไม่ว่าการจัดเก็บภาษีภายใต้มาตรา 301 ในอัตรา 12.5% จะมีผลอย่างไร สหรัฐฯ ก็น่าจะยังเดินหน้าหามาตรการอื่นเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวต่อไป

สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่อัตราภาษีของไทยเพียงประเทศเดียว แต่ต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่ง หากทุกประเทศเผชิญภาษีในระดับใกล้เคียงกัน ไทยก็ยังสามารถแข่งขันได้ โดยความกังวลจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อไทยถูกจัดเก็บภาษีสูงกว่าคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจากข้อมูลปัจจุบันยังไม่พบสถานการณ์ดังกล่าว

 

นายชลัมพลกล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการควรติดตามสถานการณ์การค้าโลกอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป พร้อมเห็นว่าภาครัฐและภาคเอกชนควรร่วมกันกำหนดมาตรการลดผลกระทบจากการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และเร่งกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่

นอกจากนี้ ความคืบหน้าของ ความตกลงการค้าเสรีไทย-EFTA และ ไทย-สหภาพยุโรป (EU) ถือเป็นโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรม เพราะจะเปิดตลาดยุโรปที่มีประชากรกว่า 450 ล้านคน ช่วยสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ ลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงอื่นอย่างใกล้ชิด ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนวัตถุดิบ รวมถึงกฎระเบียบด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมในระยะยาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน