ก.พลังงาน เกาะติดสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกใกล้ชิด ย้ำชัดมีน้ำมันเพียงพอ 108 วัน พร้อมใช้กองทุนน้ำมันฯ ดูแลเสถียรภาพราคาไม่ให้ผันผวน

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกล่าวว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งในขณะนี้ยังคงมีความผันผวนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์ด้านการจัดหาน้ำมันดิบของไทยนั้น มีการเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง มีการปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหาน้ำมันดิบที่มีศักยภาพและเพิ่มปริมาณนำเข้า อาทิ สหรัฐ อาร์เจนติน่า

โดย ณ วันที่ 23 ก.ค.2569 มีน้ำมันสำรองเพื่อการค้า (น้ำมันดิบ+น้ำมันสำเร็จรูป) 2,353 ล้านลิตร น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,385 ล้านลิตร น้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 4,299 ล้านลิตร และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันการจัดหาแล้ว (รอการขนส่ง) 3,280 ล้านลิตร ซึ่งรวมแล้ว ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการใช้ 108 วัน ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ยวันละ 57.26 ล้านลิตร และน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 30.36 ล้านลิตร

ทั้งนี้ มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมและบริหารจัดการอย่างรัดกุม เพื่อให้มั่นใจว่าปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศมีเพียงพอต่อความต้องการของภาคประชาชนและภาคธุรกิจ โดยไม่เกิดภาวะขาดแคลนในทุกสถานการณ์

ส่วนในด้านราคา กระทรวงพลังงานจะดูแลเสถียรภาพด้านราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งเมื่อวันที่ 23 ก.ค.2569 คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 8/2569 เห็นชอบให้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ลดลง 2.40 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.-15 ส.ค.2569

“จากนั้นจะมีการทบทวนให้เหมาะสมและทันกับสถานการณ์ นอกจากนั้น กระทรวงจะยังคงใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าไปรักษาสมดุลและบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก”

สำหรับฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 23 ก.ค.2569 ติดลบที่ 63,921 ล้านบาท แต่ยังคงมีสภาพคล่องและศักยภาพเพียงพอในการบริหารจัดการราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศตามกรอบวินัยการเงินการคลัง

นายวีรพัฒน์ กล่าวว่ากระทรวงตระหนักถึงความกังวลของพี่น้องประชาชนต่อทิศทางราคาพลังงานในช่วงนี้ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุกในการประเมินสถานการณ์ตลาดโลกอย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยคำนึงถึงความมั่นคง การจัดหา ปริมาณสำรอง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วน

อย่างไรก็ตาม ขอย้ำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า กระทรวงพลังงาน จะใช้มาตรการต่างๆ เช่น การปรับลดราคา ณ โรงกลั่น การใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกภายในประเทศเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน รวมทั้งพร้อมดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อดูแลค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน