ศูนย์วิจัยทองคำ เผยผลสำรวจ GRC Gold Survey ประจำวันที่ 27-31 ก.ค. 2569 พบผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองราคาทองคำ “ทรงตัว” ขณะที่นักลงทุนกว่า 56% คาดราคาปรับลดลง ด้าน “เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์” ประเมินทองคำโลกยังแกว่งในกรอบ 3,950-4,160 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยต้องจับตาผลประชุมเฟด ธนาคารกลางอังกฤษ และญี่ปุ่น รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้นำทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์นี้
ผู้เชี่ยวชาญมองทองทรงตัว แต่นักลงทุนยังกังวล
ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยผลสำรวจ GRC Gold Survey ประจำวันที่ 27-31 ก.ค. 2569 พบผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำมีมุมมองแตกเป็น 3 ทาง โดย 38% คาดราคาทองคำทรงตัว ขณะที่ 31% มองปรับขึ้น และอีก 31% มองปรับลง ส่วนนักลงทุนส่วนใหญ่ 56% คาดราคาทองคำในประเทศจะอ่อนตัวในสัปดาห์หน้า ท่ามกลางการจับตาผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อังกฤษ (BOE) ญี่ปุ่น (BOJ) และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดทองคำทั่วโลก
ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยสำรวจมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในประเทศ (GRC Gold Survey) ประจำสัปดาห์ที่ 27-31 ก.ค.2569 ซึ่งสำรวจความคิดเห็นจาก 13 ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำที่ พบว่าในจำนวนนี้มี 4 ราย หรือเทียบเป็น 31% คาดว่าราคาทองคำจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 4 ราย หรือเทียบเป็น 31% เท่ากัน คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 5 ราย หรือเทียบเป็น 38% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับนักลงทุนทองคำ ได้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ จำนวน 338 ราย ในจำนวนนี้มี 109 ราย หรือเทียบเป็น 32% คาดว่าราคาทองคำในประเทศจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 190 ราย หรือเทียบเป็น 56% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 39 ราย หรือเทียบเป็น 12% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สถานการณ์ราคาทองคำ
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยทองคำ ได้รายงานราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ตามประกาศ สมาคมค้าทองคำ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 63,850 – 66,600 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำปิดอยู่ที่ระดับ 64,850 บาท ต่อบาททองคำ ปรับเพิ่มขึ้น 800 เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของสัปดาห์ก่อนหน้า (สัปดาห์ก่อนหน้าปิดที่ 64,050 บาท )
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม
1. การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 28–29 ก.ค. 2569 คาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% แต่โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเริ่มเพิ่มขึ้นจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร จึงต้องติดตามถ้อยแถลงและสัญญาณต่อนโยบายในการประชุมเดือน กันยายน 2569
2. การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 คาดว่า BOE จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.75% เพื่อรอประเมินข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม แม้อัตราเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย และความเสี่ยงจากราคาพลังงานอาจทำให้ตลาดกลับมาคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้
3. การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) วันที่ 30–31 กรกฎาคม 2569 คาดว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% หลังเพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อเดือน มิถุนายน 2569 โดยตลาดจะจับตาการปรับประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ รวมถึงทิศทางค่าเงินเยนและสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป
4. รายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ การรายงานประมาณการครั้งแรก ช่วงไตรมาส 2/2569, ดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคล (PCE) เมื่อเดือน มิถุนายน 2569, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงท้ายเดือน กรกฎาคม 2569 จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์
เล่งหงษ์มองกรอบทองโลก 3,950-4,160 ดอลลาร์ ลุ้นรีบาวหากยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์
นางภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด เปิดเผยว่าภาพรวมตลาดทองคำประจำสัปดาห์ที่ 27-31 ก.ค. 2569 ตลาดทองคำยังคงเผชิญความผันผวนสูงจากปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลกไว้ที่ 3,950-4,160 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากสามารถยืนเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ได้อย่างแข็งแกร่ง ก็ยังมีโอกาสรีบาวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,160 ดอลลาร์อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดแนวรับ 3,950 ดอลลาร์ อาจเห็นแรงขายเพิ่มขึ้นและมีโอกาสปรับฐานลงต่อ โดยนักลงทุนควรติดตามปัจจัยสำคัญที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยแรกที่ตลาดให้ความสำคัญ คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) แม้ว่าตลาดส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือถ้อยแถลงของประธานเฟดเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในระยะต่อไป เนื่องจากจะมีผลต่อการคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี
นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะความตึงเครียดที่ขยายตัวและส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งหากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและอาจทำให้เฟดต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ
ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตานโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเฉพาะมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้า ซึ่งอาจสร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก และเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
สงคราม-ราคาน้ำมัน-นโยบายทรัมป์ หนุนความผันผวนทองคำ
นางพัทริน กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้น แต่ราคาทองคำกลับปรับลดลงไม่มากนัก สะท้อนว่าตลาดยังมีแรงซื้อรองรับ โดยเฉพาะจากกองทุนทองคำที่เริ่มกลับเข้าซื้อในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อทิศทางราคาทองคำในระยะสั้น
ทองคำในประเทศลุ้นผ่าน 65,000 บาท
สำหรับมุมมองทางเทคนิค หากราคาทองคำสามารถทะลุแนวต้านบริเวณ 4,160 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ จะมีโอกาสปรับขึ้นต่อไปทดสอบระดับ 4,250 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญถัดไป แต่หากหลุดระดับ 3,950 ดอลลาร์ อาจเห็นราคาปรับฐานลงสู่บริเวณ 3,800 ดอลลาร์ปลาย ๆ ได้เช่นกัน
ส่วนราคาทองคำในประเทศยังคงเคลื่อนไหวบริเวณ 64,800 บาทต่อบาททองคำ โดยมองว่าหากสามารถยืนเหนือระดับ 65,000 บาท ได้ จะมีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 66,000 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่แนวรับสำคัญยังอยู่ต่ำกว่าระดับดังกล่าว