สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคเดือนก.ค. 2569 สะท้อนเศรษฐกิจไทยในช่วง 6 เดือนข้างหน้ายังมีแนวโน้มขยายตัว โดยภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความเชื่อมั่นสูงสุด จากแรงหนุนของภาคท่องเที่ยวปลายปี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และผลผลิตภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ยังต้องจับตาความผันผวนของราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิต และความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกกับสภาพภูมิอากาศอย่างใกล้ชิด

วันที่ 27 ก.ค. 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนก.ค. 2569 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

เพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค โดยพบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนก.ค. 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โดยได้รับแรงสนับสนุนของภาคบริการในช่วงฤดูการท่องเที่ยวปลายปี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรมการเกษตรที่ได้รับปัจจัยหนุนจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและสภาพอากาศเอื้อต่อการเพาะปลูก ขณะที่ยังต้องติดตามความผันผวนของราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิต และความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 76.5 สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้ายังคงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 78.5 โดยมีภาคบริการและภาคอุตสาหกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ จากแนวโน้มการท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูการท่องเที่ยวปลายปี

รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่ยังต้องติดตามความต่อเนื่องของกำลังซื้อภาคประชาชนและภาวะเศรษฐกิจโดยรวม

ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 72.4 ซึ่งมีแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของผลผลิตสินค้าเกษตรที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว รวมถึงด้านราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการส่งเสริมสินค้าเกษตรปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP และการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับ 71.6 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมเป็นสำคัญ

สำหรับภาคเกษตร มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการส่งเสริมสนับสนุนของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเป็นช่วงที่ผลผลิตมะพร้าวและส้มโอออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากนโยบายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อุปสงค์ที่ขยายตัว และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ผู้ประกอบการบางส่วนยังชะลอการลงทุนจากภาวะเศรษฐกิจที่ทรงตัว

ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 70.5 สะท้อนความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม โดยภาคบริการมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเข้าสู่ช่วงฤดูการท่องเที่ยว

สำหรับภาคอุตสาหกรรม ได้รับปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ การลงทุน และระดับการผลิตที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงาน และกำลังซื้อภายในประเทศอย่างใกล้ชิด

ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 68.7 สะท้อนจากภาคบริการและการลงทุนมีแนวโน้มขยายตัวจากการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการขนส่งปรับตัวดีขึ้น

ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนโยบายสนับสนุนการลงทุนช่วยส่งเสริมให้การลงทุนและการจ้างงานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลางอยู่ที่ระดับ 67.9 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งช่วยสนับสนุนกำลังซื้อและสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคบริการ

แม้ยังมีปัจจัยกดดันจากสภาพอากาศ ในขณะที่การลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากแรงสนับสนุนของภาครัฐ การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ส่งผลให้เกิดการลงทุนภาคการผลิตต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑลอยู่ที่ระดับ 60.6 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ทั้งนี้ กำลังซื้อภาคครัวเรือนที่เปราะบาง ระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ความผันผวนของต้นทุนการผลิต รวมถึงความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าโลก และภาวะเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองความเชื่อมั่นในระยะถัดไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน