กรมศุลกากร เดินหน้ามาตรการเข้มปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล หลังตรวจยึดไอซ์ 5.26 กิโลกรัม และยาบ้ากว่า 100,000 เม็ด มูลค่ารวมกว่า 25.15 ล้านบาท ที่ซุกซ่อนในพัสดุส่งเข้าจังหวัดภูเก็ต พร้อมเร่งขยายผลถึงเครือข่ายผู้กระทำผิด ย้ำการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายทุกช่องทางขนส่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้า การขนส่งโลจิสติกส์ และภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวของไทย
วันที่ 27 ก.ค. 2569 กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรภาคที่ 5 สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการเชิงรุกสกัดกั้นการลักลอบขนสิ่งของต้องกำกัดและยาเสพติดในพื้นที่ภูเก็ตประสบความสำเร็จในการตรวจยึดยาบ้า – ไอซ์ ซุกซ่อนอยู่ภายในกระติกน้ำแข็งบรรจุในกล่องพัสดุ มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรขานรับนโยบายเร่งด่วนของ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
โดยให้ทุกภาคส่วนบูรณาการร่วมกัน เพิ่มความเข้มงวดและจริงจัง ในการเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้า ส่งออกและนำผ่านซึ่งยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์โดยไม่ให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของยาเสพติดให้โทษ รวมถึงของผิดกฎหมายทุกประเภท ในทุกช่องทาง ทั้งท่าอากาศยาน ด่านชายแดน และระบบพัสดุไปรษณีย์ทั่วประเทศ
โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 สำนักงานศุลกากรภาคที่ 5 โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร นำกำลังเข้าทำการตรวจสอบพัสดุภัณฑ์ ณ บริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายและแพร่กระจายของยาเสพติดเข้าสู่ชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวจากการลงพื้นที่สุ่มตรวจ เจ้าหน้าที่ได้พบพัสดุภัณฑ์ต้องสงสัยจึงนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทางศุลกากรด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ (X-ray) และใช้น้ำยาเคมีทดสอบเบื้องต้น
ผลการตรวจสอบยืนยันพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ซุกซ่อนอยู่ภายในกระติกน้ำแข็งบรรจุกล่องพัสดุ ประกอบด้วย ไอซ์ (เมทแอมเฟตามีน) ลักษณะเป็นผลึกสีขาวขุ่น บรรจุในถุงพลาสติกใส น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 5.26 กิโลกรัม และยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) ลักษณะ
เป็นเม็ดสีส้มและสีเขียว บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน รวมจำนวนประมาณ 100,000 เม็ด รวมมูลค่าของกลางที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้ทั้งสิ้นประมาณ 25.15 ล้านบาท
ภายหลังการตรวจพบ ได้ประสานความร่วมมือเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับ หน่วยปราบปรามยาเสพติดภูเก็ต กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 (บช.ปส.ภูเก็ต) เข้าร่วมตรวจสอบ พร้อมเร่งรัดสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวผู้ส่ง ผู้รับ และผู้เกี่ยวข้องในขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ประกอบพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า การจับกุมดังกล่าว สะท้อนถึงมาตรการเชิงรุกและความยึดมั่น
ของกรมศุลกากร ในการผนึกกำลังร่วมกับกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 (บช.ปส.ภูเก็ต) เพื่อสกัดกั้นการใช้ช่องทางพัสดุภัณฑ์ในการลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ต เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ