บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD ยอมรับเกิดเหตุเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ระบบ TSD Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลกระทบผู้ถือหุ้นราว 200,000 ราย จากกว่า 5 ล้านราย ยืนยันไม่กระทบข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการลงทุน พร้อมเร่งอุดช่องโหว่ ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย และประสานตำรวจไซเบอร์ติดตามผู้กระทำผิด ขณะเดียวกันเตือนผู้ลงทุนระวังมิจฉาชีพแอบอ้างส่งลิงก์หรือโทรศัพท์หลอกซ้ำจากเหตุข้อมูลรั่วไหล
วันที่ 28 ก.ค. 2569 บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD จัดแถลงข่าวเร่งด่วนผ่านระบบ Microsoft Teams เพื่อชี้แจงกรณีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการระบบ TSD Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังตรวจพบเหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา
นางสาวพิชยา ชมชัยยา กรรมการผู้จัดการ TSD เปิดเผยว่า ทีมงานตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติจากผู้ใช้งานรายหนึ่งที่เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของตนเองตามปกติ แต่ใช้วิธีแก้ไขข้อมูลในส่วน User Profile เพื่อดึงข้อมูลของผู้ใช้งานรายอื่นออกจากระบบในปริมาณมาก
หลังพบเหตุการณ์ TSD ได้ดำเนินการปิดช่องโหว่ทันที ระงับการเข้าถึงระบบในส่วนที่มีปัญหา พร้อมแจ้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์เพื่อดำเนินคดี
กระทบผู้ถือหุ้น 2 แสนราย จากกว่า 5 ล้านราย
จากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 200,000 ราย จากผู้ถือหุ้นทั้งหมดกว่า 5 ล้านราย
ข้อมูลที่ถูกเข้าถึงประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่
* ชื่อ-นามสกุล
* วันเดือนปีเกิด
* เลขประจำตัวประชาชน
* ที่อยู่
* หมายเลขโทรศัพท์
* อีเมล
* ชื่อบริษัทหลักทรัพย์
* เลขบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
* ชื่อธนาคาร
* เลขบัญชีเงินฝาก
อย่างไรก็ตาม TSD ยืนยันว่า ไม่พบการรั่วไหลของข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ จำนวนหุ้น มูลค่าพอร์ตการลงทุน หรือข้อมูลธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์** รวมถึงจนถึงปัจจุบันยังไม่พบความเสียหายทางการเงินจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นางสาวพิชยา กล่าวว่า บริษัทได้ส่งอีเมลและ SMS แจ้งเตือนผู้ได้รับผลกระทบทุกราย พร้อมประสานบริษัทหลักทรัพย์และธนาคารที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังธุรกรรมของลูกค้า รวมถึงแจ้งหน่วยงานกำกับดูแลครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว
ย้ำ “แอป Wiset (วิเศษ)” ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
นายถิรพันธุ์ สรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ผู้ดูแลระบบของ TSD ชี้แจงว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเฉพาะระบบ TSD Investor Portal ซึ่งเป็นระบบเว็บไซต์สำหรับแสดงข้อมูลผู้ถือหุ้นเท่านั้น
ส่วนแอปพลิเคชัน Wiset (วิเศษ) ซึ่งเปิดให้บริการใหม่ ใช้เทคโนโลยีคนละชุด และไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นายถิรพันธุ์ระบุว่า Investor Portal เป็นระบบที่เปิดให้บริการมานานกว่า 5 ปี ขณะที่แอป Wiset ถูกพัฒนาบนเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่า และในอนาคต TSD จะทยอยย้ายบริการจาก Investor Portal ไปสู่แพลตฟอร์มใหม่อย่างต่อเนื่อง
ระบบซื้อขายและข้อมูลหลังบ้านไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
นายถิรพันธุ์อธิบายว่า โครงสร้างระบบของ TSD ถูกออกแบบให้แยกส่วนระหว่าง
* ระบบหน้าบ้าน (Front-end) สำหรับให้ผู้ลงทุนเรียกดูข้อมูล
* ระบบหลังบ้าน (Back-end) ที่จัดเก็บข้อมูลหลัก
* ระบบซื้อขายและระบบ Matching ของตลาดหลักทรัพย์
ระบบหลังบ้านไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยตรง จึงไม่สามารถเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ผ่านช่องโหว่ของ Investor Portal ได้ ด้วยเหตุนี้ แม้ข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนจะถูกเข้าถึง แต่ข้อมูลการลงทุนและธุรกรรมยังคงปลอดภัย
TSD เร่งยกระดับ Cyber Security ใช้ AI สแกนโค้ดทั้งระบบ
ภายหลังเกิดเหตุ TSD ได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนหลายด้าน ได้แก่
* ปิดและแก้ไขโค้ดที่เป็นช่องโหว่ทันที
* ใช้ AI ตรวจสอบและสแกนซอร์สโค้ดทั้งหมดของระบบ เพื่อค้นหาความเสี่ยงในลักษณะเดียวกัน
* เพิ่มความเข้มงวดของระบบยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน
* ปรับปรุงขอบเขตการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Test) โดยผู้เชี่ยวชาญภายนอกให้ครอบคลุมมากขึ้น
* ยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของระบบทั้งหมดในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์
นายถิรพันธุ์กล่าวว่า ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผู้ให้บริการระบบจึงต้องปรับปรุงเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทันต่อรูปแบบการโจมตีที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ตำรวจไซเบอร์เร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุ ตรวจสอบ IP และเส้นทางข้อมูลข้ามประเทศ
พ.ต.ท.พากฤต กฤตยพงษ์ สารวัตรกลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก. ตอท.) เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบร่วมกับ TSD ตั้งแต่วันแรก พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานดิจิทัล ตรวจสอบ IP Address และ Log ของระบบ
ขณะเดียวกันยังประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงไซเบอร์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามเส้นทางการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงขยายผลหาผู้กระทำผิด หากพบว่ามีการเชื่อมโยงไปยังต่างประเทศก็จะดำเนินการตามกระบวนการความร่วมมือระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน จึงยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนไทยหรือต่างชาติ
เตือนระวัง “หลอกซ้ำจากข้อมูลรั่ว” ใช้ข้อมูลจริงสร้างความน่าเชื่อถือ
พ.ต.ท.พากฤต ยังได้เตือนว่าสิ่งที่น่ากังวลหลังเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล คือการที่มิจฉาชีพนำข้อมูลจริงไปใช้สร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวง หรือที่เรียกว่า Double Scamming หรือการหลอกซ้ำ และ และ Spear Phishing ซึ่งเป็นหนึ่งในประเภทของการหลอกลวงที่กำลังพบมากขึ้น
ส่วนรูปแบบที่อาจพบ ได้แก่
* ส่ง SMS หรืออีเมลแอบอ้างว่าเป็น TSD
* แจ้งว่าข้อมูลรั่วและให้กดลิงก์เพื่ออัปเดตระบบ
* โทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ หรือ TSD
* ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องของเหยื่อเพื่อสร้างความไว้วางใจ ก่อนชักชวนให้กดลิงก์ เพิ่มเพื่อนใน LINE หรือลงทะเบียนเว็บไซต์ปลอม
พ.ต.ท.พากฤต ระบุว่า การใช้ข้อมูลจริงของเหยื่อจะช่วยลดความระแวง ทำให้มีโอกาสตกเป็นเหยื่อมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนตั้งสติ ไม่เชื่อทันทีแม้ผู้โทรจะรู้ข้อมูลส่วนตัว
TSD ย้ำไม่เคยส่งลิงก์ผ่าน SMS หรืออีเมล
อย่างไรก็ดี TSD ยืนยันว่า
* จะไม่มีการส่งลิงก์ผ่าน SMS
* จะไม่มีการส่งลิงก์ผ่านอีเมลเพื่อให้ยืนยันข้อมูล
* SMS ทางการจะแสดงชื่อผู้ส่งเป็น “TSD” เท่านั้น
หากได้รับข้อความที่แนบลิงก์ หรือเว็บไซต์ใช้โดเมนผิดปกติ เช่น .xyz, .cc หรือโดเมนฟรีอื่น ๆ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเว็บไซต์ปลอม และไม่ควรกดลิงก์โดยเด็ดขาด
หากไม่มั่นใจ ให้ติดต่อ TSD บริษัทหลักทรัพย์ หรือธนาคารที่ใช้บริการโดยตรง ผ่านช่องทางทางการเท่านั้น
แนะผู้ได้รับผลกระทบอย่าตื่นตระหนก หากยังไม่มีธุรกรรมผิดปกติ
พ.ต.ท.พากฤต กล่าวว่า หากเพียงได้รับแจ้งว่าข้อมูลอาจได้รับผลกระทบ แต่ยังไม่พบธุรกรรมผิดปกติ ยังไม่จำเป็นต้องรีบอายัดบัญชีหรือแจ้งความ เพียงติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการและระมัดระวังการหลอกลวงก็เพียงพอ
แต่หากพบว่ามีความพยายามเข้าสู่ระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต พบธุรกรรมผิดปกติ หรือมีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ ให้รีบติดต่อสถาบันการเงินเพื่อระงับความเสียหาย และแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ทันที รวมทั้งสามารถขอคำปรึกษาผ่านสายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“อัสสเดช” ขอโทษพร้อมยืนยันเดินหน้ายกระดับความปลอดภัย
ช่วงท้ายของการแถลงข่าว นายอัสเดช คงศิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะ ประธานกรรมการ TSD ได้กล่าวขอโทษต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยเฉพาะเจ้าของข้อมูลที่รั่วไหล โดยเข้าใจถึงความตระหนกและกังวลของทุกคน พร้อมยอมรับว่าเข้าใจถึงความกังวลของประชาชน โดย TSD ยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่
พร้อมย้ำว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการยกระดับมาตรการด้าน Cyber Security ขององค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนและรักษาความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทยในระยะยาว โดยขอให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากข้อมูลรั่วไหล อย่างเพิ่งตระหนกอย่างเพิ่งกังวล และขอให้มีสติรอบคอบ ไม่หลงเชื่อข้อความ อีเมล หรือสายโทรศัพท์ที่แนบลิงก์หรือขอข้อมูลส่วนตัวโดยเด็ดขาด และหากมีข้อสงสัย ติดต่อมาช่องทางทางการของ TSD เท่านั้น
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุข้อมูลรั่วไหลในครั้งนี้เปิดเผยว่าเมื่อเวลา 00.03 น. วันที่ 28 ก.ค. 2569 ได้รับข้อความ SMS จาก TSD ความว่า ตามที่ได้มีการแจ้งเหตุการณ์
จากการประสานงานกับตำรวจ บก.สอท. เพื่อเร่งสืบสวนและติดตามตัวผู้
อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ ยังไม่พบข้อมูลการถือครองหลั
ทั้งนี้ TSD ขอเตือนให้โปรดระมัดระวั