กรอ.เดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์การลงทุนใหม่ เร่งดึงเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต ลดอุปสรรคการลงทุน และผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาค ตั้งเป้าผลักดันเศรษฐกิจไทยเติบโตมากกว่า 3%

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน มีมติเห็นชอบกรอบขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์การลงทุนใหม่ เพื่อเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันไทยสู่ฐานการลงทุนสำคัญของภูมิภาค

ทางด้านนายเอกนิติ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี AI เศรษฐกิจดิจิทัล สังคมสูงวัย และเศรษฐกิจสีเขียว ไทยจึงต้องเร่งลดอุปสรรคการลงทุน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เพื่อคว้าโอกาสจากการย้ายฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานโลก
โดยกรอ. ตั้งเป้าผลักดันเศรษฐกิจไทยเติบโตมากกว่า 3% เพิ่มสัดส่วนการลงทุนรวมเป็น 30% ของ GDP และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศติด 20 อันดับแรกของโลก ผ่านการส่งเสริมอุตสาหกรรมศักยภาพและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับ 5 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
1. Investment and Industry Transformation Hub ยกระดับอุตสาหกรรมเดิมและสร้างอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมเร่งอนุมัติการลงทุนผ่าน Thailand FastPass
2. AI & Digital Hub ดึงลงทุน AI เซมิคอนดักเตอร์ และชิป ตั้งเป้าดึงเม็ดเงินลงทุน 1 แสนล้านบาทภายในปี 2570
3. Green Hub ผลักดันพลังงานสะอาด ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ และตลาดคาร์บอน
4. Financial Hub พัฒนาไทยเป็นศูนย์กลางบริการทางการเงินของภูมิภาค และ
5. Medical Investment Hub ยกระดับไทยเป็นฐานผลิตและนวัตกรรมการแพทย์มูลค่าสูง
นายเอกนิติ กล่าวว่า การดำเนินงานจะเร่งทั้งมาตรการ Quick Win และ Big Win พร้อมกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบ กรอบเวลา และตัวชี้วัดที่ชัดเจน รวมถึงตั้งคณะทำงาน 5 ชุด เพื่อขับเคลื่อนแต่ละยุทธศาสตร์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
โดยมีเป้าหมายเปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม พลังงานสะอาด และการลงทุนคุณภาพ สร้างงาน เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทย และเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างยั่งยืน