ธอส.ยืนยันกระแสชวน “บิดหนี้” ไม่กระทบคุณภาพพอร์ตสินเชื่อบ้าน เดินหน้าปล่อยกู้ใหม่ตามเป้า 2.47 แสนล. เร่งขยายสินเชื่อให้ฟรีแลนซ์กว่า 1 หมื่นล.
นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า กรณีมีกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ชักชวนประชาชน “บิดหนี้” หรือจงใจไม่ชำระหนี้นั้น เราไม่ได้กังวล เนื่องจากสินเชื่อของธนาคารเป็นสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าอย่างรอบคอบตั้งแต่ก่อนอนุมัติ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้กู้มีความต้องการซื้อบ้านจริง แตกต่างจากสินเชื่อส่วนบุคคลที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้
หากลูกค้าได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจหรือรายได้ลดลงจนเริ่มมีปัญหาการผ่อนชำระ ธนาคารพร้อมเข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ผ่านมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ประนอมหนี้ ขยายระยะเวลากู้ และปรับค่างวดให้เหมาะสม พร้อมนำระบบดิจิทัล แดชบอร์ด และการวิเคราะห์ข้อมูลมาติดตามคุณภาพสินเชื่ออย่างใกล้ชิด เพื่อลดโอกาสการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)
ครึ่งปีแรกปล่อยกู้โต 14.85% ดันฟรีแลนซ์เข้าถึงสินเชื่อ
ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ธอส.ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 123,149.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.85% จากช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็น 49.9% ของเป้าหมายทั้งปี 246,795 ล้านบาท โดยเป็นสินเชื่อบ้านวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 58,685 ราย เพิ่มขึ้น 7.39%
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ NPL อยู่ที่ 106,923.72 ล้านบาท หรือ 5.54% ของสินเชื่อรวม ลดลงจากเดือนก่อน ขณะที่ธนาคารมี Coverage Ratio สูงถึง 150.76% และ BIS Ratio อยู่ที่ 15.47% สูงกว่าเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
แม้ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญความท้าทาย แต่เชื่อว่าตลาดผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และจะทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง เรายังคงเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปีไว้ที่ 246,795 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายโอกาสให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์เข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น โดยตั้งเป้าปล่อยกู้กลุ่มนี้กว่า 10,000 ล้านบาท ผ่านการใช้ Credit Scoring, AI Credit Assessment และ Alternative Data มาช่วยประเมินความสามารถในการชำระหนี้
ชูสินเชื่อโซลาร์รูฟ รับนโยบายพลังงานสะอาด
โดยบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทยังเป็นตลาดหลัก คิดเป็นกว่า 80% ของสินเชื่อใหม่ทั้งหมด ขณะที่วงเงินกู้เฉลี่ยต่อรายลดลงเหลือ 1.07 ล้านบาท สะท้อนการมุ่งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและปานกลางให้มีบ้านเป็นของตนเอง
นอกจากนี้ การขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองออกไปอีก 1 ปี จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อบ้านและประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ ธนาคารเตรียมสนับสนุนนโยบายพลังงานสะอาดของรัฐบาล ผ่านสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Loan & ESG) ทั้งสินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 และสินเชื่อ Solar Roof โดยลูกค้าเดิมได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1% นาน 3 ปี ส่วนลูกค้าใหม่เริ่มต้นที่ 0.99% เพื่อส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยลดค่าไฟและเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในภาคครัวเรือน