รู้ใจประกันภัย ฉลองครบรอบ 10 ปี ประกาศแผนเดินหน้าสู่ทศวรรษใหม่ เร่งใช้เทคโนโลยี AI ยกระดับธุรกิจประกันภัยดิจิทัล พร้อมขยายสู่ประกันสุขภาพและผลิตภัณฑ์ Non-motor ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดประกันภัยรถยนต์ไทยเป็น 6% ภายในปี 2573 หลังครึ่งแรกปี 2569 ทำเบี้ยประกันภัยรับรวม 1.6 พันล้านบาท กำไรสุทธิ 212 ล้านบาท และรักษาอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) แข็งแกร่งที่ 520%
วันที่ 6 ส.ค. 2569 นายนิโคลัส ฟาเกต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง กลุ่มรู้ใจ เปิดเผยว่าบริษัทประสบความสำเร็จจากการเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจประกันภัยดิจิทัลแบบให้บริการลูกค้าโดยตรง (Direct-to-Consumer: D2C) ในประเทศไทย ครบ 10 ปี ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทที่เริ่มต้นจากการเป็นโบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ในปี 2559 ก่อนเติบโตสู่บริษัทประกันวินาศภัยที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจเต็มรูปแบบ และขยายการดำเนินงานไปยังประเทศอินโดนีเซีย
โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทมีลูกค้ามากกว่า 370,000 รายที่ไว้วางใจใช้บริการ และยังคงยึดมั่นในพันธกิจเดิม คือทำให้การประกันภัยเป็นเรื่องที่ “ซื้อง่าย ราคาดี และพึ่งพาได้” ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ
“ในปี 2566 บริษัทได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย พร้อมขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ และได้รับเงินลงทุนรอบ Series C มูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่อง”
โดยนายนิโคลัสกล่าวและว่า ในปี 2564 เบี้ยประกันภัยรับรวมของกลุ่มเพิ่มขึ้นจาก 1,000 ล้านบาท เป็น 3,300 ล้านบาท ในปี 2568 หรือเติบโตกว่า 3 เท่า ขณะที่ครึ่งแรกของปี 2569 รู้ใจประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 1,600 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 212 ล้านบาท จากการรักษาอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ต่ำกว่า 65% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ 520% สูงกว่าระดับขั้นต่ำตามเกณฑ์กำกับดูแลอย่างมาก
นายนิโคลัส กล่าวว่า การก้าวสู่การเป็นบริษัทประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตเต็มรูปแบบ ทำให้บริษัทสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และยกระดับการให้บริการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยในทศวรรษที่สองของการดำเนินธุรกิจ บริษัทจะเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในทุกกระบวนการ ทั้งการรับประกันภัย การพิจารณาสินไหม การบริการลูกค้า และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์มากขึ้น ลดระยะเวลาการให้บริการ และสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า
ทั้งนี้บริษัทได้พิสูจน์ศักยภาพของเทคโนโลยีในช่วงเกิดอุทกภัยใหญ่ที่อำเภอหาดใหญ่ เมื่อปลายปี 2568 โดยนำระบบ AI มาผสานกับการทำงานของทีมปฏิบัติการภาคสนาม ทำให้สามารถอนุมัติและจ่ายค่าสินไหมแก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาวิกฤต ซึ่งสะท้อนแนวคิดการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้แก่ผู้เอาประกันภัย
ด้านนายกรกฤต คำเรืองฤทธิ์ ประธานกรรมการและกรรมการอิสระ บริษัท รู้ใจประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อุตสาหกรรมประกันภัยไทยจำเป็นต้องปรับตัวสู่ยุคดิจิทัลเพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะหลังวิกฤตสำคัญต่าง ๆ ที่ทำให้ความคาดหวังของลูกค้าต่อบริษัทประกันสูงขึ้น ซึ่งรู้ใจมองเทคโนโลยีไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการขาย แต่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และทำให้การประกันภัยเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้จากความแข็งแกร่งในตลาดประกันภัยรถยนต์ บริษัทเตรียมขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันภัยส่วนบุคคลอื่น ๆ หลังจากเปิดตัวประกันภัยการเดินทางแล้ว พร้อมตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็นบริษัทประกันภัยที่ผู้บริโภคนึกถึงและเลือกใช้เป็นอันดับแรกสำหรับประกันภัยส่วนบุคคลของประเทศไทย โดยอาศัยจุดแข็งด้านดิจิทัล นวัตกรรม และการให้บริการที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
สำหรับแผนธุรกิจระยะยาว บริษัทตั้งเป้าภายในปี 2573 เพิ่มส่วนแบ่งตลาดประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทยเป็น 6% ขยายการดำเนินงานในอินโดนีเซียและประเทศอื่นในภูมิภาค เพิ่มสัดส่วนธุรกิจประกันภัย Non-motor ผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะประกันสุขภาพส่วนบุคคล (Private Medical Insurance: PMI) ควบคู่กับการลงทุนด้าน AI เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขัน และผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนของกลุ่มรู้ใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้