กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โชว์ความสำเร็จพาผู้ประกอบการไทย 20 รายบุก Taipei Pet Show 2026 มีผู้นำเข้า-ตัวแทนจำหน่ายไต้หวัน 30 ราย ร่วมเจรจา 128 คู่ ชี้ตลาดสัตว์เลี้ยงโตแรง โดยเฉพาะสินค้าแมว เผยไทยครองแชมป์แหล่งนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 1 ของไต้หวันต่อเนื่อง มูลค่าส่งออกปี 2568 แตะ 104.3 ล้านดอลลาร์ โต 172% ใน 10 ปี

วันที่ 8 ส.ค. 2569 นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เร่งขยายตลาดสินค้าไทยและบริการไทย ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสาวพรพรรณ ภิรมย์พานิช ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) ถึงผลการนำผู้ประกอบการไทย จำนวน 20 ราย เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าภายใน Thai Pavilion ในงานแสดงสินค้าและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงไทเป 2026 (Taipei Pet Show 2026) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–6 ก.ค. 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้านานกัง กรุงไทเป
โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า ผลการนำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงาน ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยตลอดระยะเวลาการจัดงาน มีผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายจากไต้หวัน ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจเป็นจำนวนมาก มีผู้ประกอบการไต้หวัน 30 ราย ลงทะเบียนเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทยทั้ง 20 ราย รวมทั้งสิ้น 128 คู่เจรจาธุรกิจ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการติดตามผลการเจรจาธุรกิจ
สำหรับสินค้าที่นำมาจัดแสดง ประกอบด้วย อาหารเม็ด อาหารเปียก ขนมสัตว์เลี้ยง อาหารฟรีซดราย อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหนังและสุขภาพ เครื่องดื่มสำหรับสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ทรายแมว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เสื้อผ้า และอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งหลายแบรนด์ใช้วัตถุดิบระดับ Human Grade วัตถุดิบธรรมชาติ ปราศจากสีสังเคราะห์และสารกันเสีย พร้อมพัฒนาสูตรอาหารเฉพาะ
อาทิ สูตรโปรตีนสูง สูตรลดอาการภูมิแพ้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยให้ความสำคัญตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต ไปจนถึงการออกแบบสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับสัตว์เลี้ยงให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงและผู้เลี้ยงมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ Thai Pavilion ยังโดดเด่นด้วยพื้นที่จัดแสดงภายใต้ธีมพิเศษจาก IP สัตว์เลี้ยงยอดนิยม ได้แก่ Cat Company และ Rudolph The Awesome ซึ่งออกแบบบูธในสไตล์น่ารักสดใส ทำให้เกิดความโดดเด่นให้กับคูหาไทย และมีผู้ชื่นชอบเป็นจำนวนมากจนกลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมของงาน พร้อมกิจกรรมทดลองสินค้าและเกมแจกของรางวัลที่ช่วยสร้างสีสันและเพิ่มการรับรู้แบรนด์ไทยในตลาดไต้หวัน
ในการจัดงานปีนี้ เป็นการจัดงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าอาหารและอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงเป็นหลัก จัดโดยสมาคมการค้าอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงแห่งสาธารณรัฐจีน (Pet Foods & Appliances Association R.O.C.) ร่วมกับบริษัท Chan Chao International Co., Ltd.
โดยผู้จัดงาน ระบุว่า ปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจัดแสดงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จำนวน 480 ราย รวมกว่า 2,100 บูธ และมีแบรนด์สินค้าสัตว์เลี้ยงมากกว่า 2,200 แบรนด์จากทั้งในและต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ไต้หวัน นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์จากไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง ออสเตรเลีย และมาเลเซียเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
ทั้งนี้ จากการสำรวจภายในงาน พบว่า อาหารสุนัขและแมวเป็นสินค้าหลักที่ได้รับความนิยม ครอบคลุมตั้งแต่อาหารเม็ด ขนม อาหารพร้อมรับประทาน อาหารฟรีซดราย ผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกส์ ไปจนถึงไอศกรีมสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยหลายบูธเปิดให้สัตว์เลี้ยงทดลองชิมสินค้า ส่งผลให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่พาสุนัขและแมวมาร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก
นางสาวสุนันทากล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง จำเป็นต้องใส่ใจในลักษณะและพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงและเจ้าของสัตว์เลี้ยงมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการคิดค้นสินค้าที่เหมาะสม
อาทิ การคิดค้นสินค้าเจลบำรุงผิวหนังรอบดวงตาของแมว เกิดจากเจ้าของแมวเห็นว่า แมวของตน
มีผิวหนังรอบดวงตาที่แห้งกร้าน จึงต้องการสรรหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดรอยแตกและอาการคันให้กับแมวของตน
ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงได้ผลิตเจลบำรุงผิวรอบดวงตาสำหรับแมวเพื่อตอบโจทย์ปัญหาดังกล่าว โดยในที่สุด สินค้าดังกล่าวประสบความสำเร็จและเกิดความนิยมในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ ตลาดสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงของไต้หวัน ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะสินค้าสำหรับแมว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นอย่างมากและมีศักยภาพในการทำตลาด ประกอบกับคนไต้หวันมีกำลังซื้อสูง รวมถึงมีความทุ่มเทและเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงของตนมาก จึงทำให้เป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะขยายตลาดของตนมายังไต้หวันมากยิ่งขึ้น
อีกทั้ง งาน Taipei Pet Show ยังเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าที่ได้รับการบรรจุอยู่ในโครงการ SMEs Pro-active ของกรม ผู้ประกอบการไทยที่สนใจสามารถขอรับการสนับสนุนเพื่อเข้าร่วมงานในปีต่อไปได้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงตลาดสัตว์เลี้ยงในไต้หวันอีกด้วย โดยศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของโครงการ https://smesproactive.ditp.go.th
รายงานจากกระทรวงเกษตรไต้หวัน ระบุว่า จำนวนสุนัขและแมวที่เลี้ยงในครัวเรือนไต้หวันเพิ่มขึ้นทะลุ 3.2 ล้านตัวแล้ว โดยอ้างอิงผลการสำรวจของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวัน ซึ่งคาดการณ์ว่า ตลาดสินค้าและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงของไต้หวันมีมูลค่ามากกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
โดยอาหารสัตว์เลี้ยงมีสัดส่วนสูงที่สุด คิดเป็นประมาณร้อยละ 53 ของมูลค่าตลาดทั้งหมด ตั้งแต่ปี 2561 ไทยสามารถแซงหน้าคู่แข่งสำคัญ อย่างสหรัฐอเมริกาขึ้นเป็นแหล่งนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 1 ของไต้หวันอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงจากไทยมาตลาดไต้หวัน เติบโตขึ้นร้อยละ 172 จากมูลค่า 38.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2559 เพิ่มเป็น 104.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2568 คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 34.8 ของแหล่งนำเข้าอาหารเลี้ยงสัตว์จากทั่วโลก
สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM