ศูนย์วิจัยทองคำเผยผู้เชี่ยวชาญ 62% มองทองสัปดาห์หน้าขาขึ้น ขณะที่เล่งหงษ์แนะ “ย่อซื้อ” หากยังยืนเหนือ 4,220 ดอลลาร์ จับตาสหรัฐฯ-อิหร่านและตัวเลขเงินเฟ้อ
ผู้เชี่ยวชาญ 62% มองทองคำสัปดาห์นี้ปรับขึ้น
ศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยผลสำรวจมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในประเทศรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 10-14 ส.ค. 2569 จากการสำรวจ GRC Gold Survey พบว่า ผู้เชี่ยวชาญในตลาดทองคำจำนวน 13 ราย มี 8 ราย หรือ 62% คาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ 2 ราย หรือ 15% คาดว่าราคาจะลดลง และอีก 3 ราย หรือ 23% คาดว่าราคาจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
ด้านนักลงทุนทองคำที่เข้าร่วมตอบแบบสำรวจจำนวน 331 ราย พบว่า 233 ราย หรือ 70% คาดว่าราคาทองคำในประเทศสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ 55 ราย หรือ 17% คาดว่าราคาจะลดลง และ 43 ราย หรือ 13% มองว่าราคาจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
ราคาทองคำสัปดาห์ก่อนพุ่ง 3,700 บาท
สำหรับสถานการณ์ราคาทองคำแท่งในประเทศ 96.5% ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ สัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในกรอบ 64,000-67,850 บาทต่อบาททองคำ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 67,900 บาท เพิ่มขึ้น 3,700 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 64,200 บาท
ศูนย์วิจัยทองคำระบุว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความคืบหน้าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านและโอมานมีความคืบหน้าในการเจรจาเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือ แต่ยังไม่ได้หมายถึงการเปิดช่องแคบอย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ ต้องติดตามการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และทิศทาง Bond Yield โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีกำหนดประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปีในวันที่ 12 ส.ค. และอายุ 30 ปี ในวันที่ 13 ส.ค. 2569 ซึ่งผลการประมูลจะมีผลต่อทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
จับตาเฟดหลังจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแรง
อีกปัจจัยสำคัญคือทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค. 2569 ปรับลดลง ส่งผลให้ตลาดลดคาดการณ์โอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. 2569
ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค. 2569 ตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ในมุมมองผู้บริโภคเดือนส.ค. 2569 เบื้องต้น รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
เล่งหงษ์ชี้ทองพุ่งแรงแต่ยังไม่เหนือ 4,350 ดอลลาร์
ด้านนางสาวภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด กล่าววว่าการปรับขึ้นของราคาทองคำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งระดับ 4,150 และ 4,250 ดอลลาร์ ขณะที่ระดับ 4,350 ดอลลาร์ แม้ราคาจะขึ้นไปใกล้ทดสอบระดับดังกล่าวแล้ว แต่ยังต้องติดตามว่าจะสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้หรือไม่
อย่างไรก็ดีมองว่า ข่าวที่เป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาเริ่มถูกสะท้อนราคาไปมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังเป็นปัจจัยที่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
CPI-PPI ตัวชี้ขาดทิศทางทองคำ
สำหรับปัจจัยสำคัญในสัปดาห์นี้ (10-14 ส.ค.) นางสาวภัทริน กล่าวสอดคล้องกับศูนย์วิจัยทองคำ โดยระบุว่า ตลาดยังให้น้ำหนักกับตัวเลข PPI และ CPI ของสหรัฐฯ ซึ่งจะประกาศในวันพุธและพฤหัสบดี โดยตัวเลขดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญในการชี้ว่าราคาทองคำจะสามารถปรับขึ้นต่อ หรือมีโอกาสย่อตัวลงอีกครั้ง
สำหรับ CPI ตลาดคาดการณ์ว่า ตัวเลขรายเดือนจะเพิ่มขึ้นจาก 0% ในครั้งก่อนมาอยู่ที่ 0.2% ขณะที่ตัวเลขรายปีคาดว่าจะลดลงจาก 2.6% มาอยู่ที่ 2.5% ส่วน PPI ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% โดยมองว่า CPI จะเป็นตัวเลขที่ตลาดให้ความสำคัญมากกว่า
หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาไม่ดีและกดดันราคาทองคำให้ปรับฐานลงมา นางสาวภัทรินมองว่า หากราคาย่อลงไปบริเวณระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็อาจเป็นโอกาสในการกลับเข้าสะสมอีกครั้ง โดยเฉพาะหากไม่มีปัจจัยด้านสงครามเข้ามากดดันเพิ่มเติม
แนะ “ย่อซื้อ” หากทองยังยืนเหนือ 4,220 ดอลลาร์
ด้านกลยุทธ์การลงทุน นางสาวภัทรินกล่าวว่าให้ใช้กลยุทธ์ “ย่อซื้อ” เนื่องจากราคาทองคำสามารถทะลุแนวต้านขึ้นมาได้หลายระดับ แต่ยังต้องติดตามว่าราคาจะสามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญได้หรือไม่
โดยกรอบบน หากราคาทองคำสามารถทะลุระดับ 4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อแนวโน้มขาขึ้น และมีโอกาสขยับขึ้นไปทดสอบเป้าหมายบริเวณ 4,450-4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ส่วนแนวรับแรกอยู่ที่ 4,280-4,290 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นบริเวณที่ราคาทองคำเคยทดสอบและย่อตัวลง ก่อนที่จะดีดตัวขึ้น หากหลุดแนวรับดังกล่าว จะมีแนวรับถัดไปที่ 4,220 ดอลลาร์ และแนวรับสุดท้ายคือ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์
“หากราคาสามารถยืนเหนือระดับ 4,200-4,220 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่อง ก็มีโอกาสสะท้อนภาพการกลับตัวเป็นขาขึ้น แต่ปัจจัยพื้นฐานยังคงมีความสำคัญมากกว่าปัจจัยทางเทคนิค และหากปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลง ทิศทางราคาก็สามารถเปลี่ยนตามได้”นางสาวภัทรินกล่าว
ทองไทยลุ้น 68,000 บาท
สำหรับราคาทองคำในประเทศ โดยมองว่าหลังราคาสามารถทะลุระดับ 65,000 บาท ขึ้นมาได้อย่างชัดเจน ทำให้แนวโน้มกลับมาเป็นบวกมากขึ้น และสามารถใช้จังหวะย่อตัวในการทยอยซื้อสะสม
พร้อมให้แนวรับแรกบริเวณ 67,500 บาท และถัดไปที่ประมาณ 66,500 บาท ขณะที่แนวต้านระยะสั้นอยู่บริเวณ 68,100-68,200 บาท โดยมีโอกาสเห็นราคาขึ้นทดสอบระดับ 68,000 บาทในระยะใกล้
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ยังต้องจับตาเป็นพิเศษคือสถานการณ์สหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความเปราะบางและสามารถพลิกเปลี่ยนได้ตลอดเวลา แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีความพยายามเจรจา แต่ยังไม่สามารถไว้วางใจได้เต็มที่
ลุ้นเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยเดือนก.ย. หนุนทองคำ
นางสาวภัทรินยังมองว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ในเดือนก.ย.นี้ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อราคาทองคำ โดยหากเฟดไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยตามที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญ