“ศุภจี” ปลุกชีพ กอช. ในรอบ 4 ปี กางโรดแมปหนุนอุตสาหกรรมใหม่ ดันนโยบาย MiT ชูพลังงานชีวภาพ-เซมิคอนดักเตอร์-โฟโตนิกส์ รั้งโตโยต้าลงทุนไทย

@ “ศุภจี” ฟื้น กอช.ในรอบ 4 ปี วางโรดแมป New S-Curver

นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจภาคบริการและอุตสาหกรรม มอบนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าสร้างความเข้มแข็งจากฐานการผลิตในประเทศ พร้อมเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) และเพิ่มการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการในประเทศ เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและเทคโนโลยี

นางศุภจี เปิดเผยภายหลังหารือคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) ว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดยมุ่งบูรณาการงบประมาณและวางยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม พร้อมหา New S-Curve สร้างมูลค่าเพิ่มและการเติบโตใหม่ให้เศรษฐกิจ อาทิ ไบโอเทคโนโลยี ดิจิทัลและ AI ยานยนต์สมัยใหม่ การแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

@ ดัน Made in Thailand เปิดตลาด 3 อุตสาหกรรม

รัฐบาลจะใช้ตลาดภาครัฐเป็นแรงส่งผ่านการจัดซื้อจัดจ้างและการจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Procurement) โดยให้แต้มต่อสินค้า Made in Thailand (MiT) ที่มีสัดส่วนวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และมูลค่าที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content) ใน 3 กลุ่มยุทธศาสตร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สาธารณสุขและเครื่องมือแพทย์ และระบบราง โดยสินค้าต้องผ่านมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับคุณภาพและขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

พร้อมมอบหมายกระทรวงอุตสาหกรรมเชื่อม “วิจัย-ผลิต-ตลาด-ลงทุน” ผ่านกลไกยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้านมาตรฐาน ประสิทธิภาพการผลิต เทคโนโลยี และการใช้วัตถุดิบในประเทศ (GMT SMEs) ควบคู่มาตรฐาน MiT ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อเชื่อมผู้ประกอบการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและตลาดรายใหญ่

@ หนุนพลังงานชีวภาพ -เจรจาภาษีสหรัฐ

นางศุภจี ยังมอบนโยบายส่งเสริมพลังงานชีวภาพ (Bio-energy) ทั้งไบโอดีเซลและเอทานอล โดยประสานกระทรวงการคลังปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตให้เหมาะสม เพื่อสร้างสมดุลตลาดและให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

นางศุภจี ย้ำว่าเป้าหมายสำคัญคือทำให้ตลาด เดินไปพร้อมกับการพัฒนาผู้ประกอบการ โดยนำความต้องการของตลาดมาเป็นโจทย์พัฒนาเอสเอ็มอี เชื่อม GMT SMEs และ MiT เข้ากับการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว (BCG) และเพิ่มโอกาสทางการตลาด ยกระดับผู้ประกอบการไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าไทยอย่างยั่งยืน (ESG)

ส่วนการเจรจาการค้ากับสหรัฐ ภายใต้มาตรา 301 และ 232 นางศุภจี กล่าวว่า ปัจจุบันสินค้าไทยประมาณ 72% ได้รับยกเว้นภาษีแล้ว และจะเดินหน้าเจรจาส่วนที่เหลือต่อ โดยไทยจะใช้ข้อมูลการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ กว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงแผนลงทุนเพิ่มอีก 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นข้อมูลประกอบการเจรจาเพื่อสร้างสมดุลทางการค้า โดยเตรียมเดินหน้าเจรจาเพิ่มเติมในช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้

@ เร่งปรับ MPI รับเซมิคอนดักเตอร์-โฟโตนิกส์

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงเตรียมปรับปีฐานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และอัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) จากปี 2564 เป็นปี 2567 เพื่อให้ตัวเลขสะท้อนโครงสร้างและศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบันมากขึ้น โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่เห็นชัดคือ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีที่ใช้แสงในการส่งและประมวลผลข้อมูล มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Center)ทั่วโลก และการเปลี่ยนไปใช้ระบบรับส่งข้อมูลด้วยแสงมากขึ้น (Optical)

“ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าโครงสร้างอุตสาหกรรมของไทยกำลังเปลี่ยนไป ดังนั้นเครื่องมือที่ใช้วัดภาคอุตสาหกรรมก็ต้องเปลี่ยนตาม หากยังใช้ฐานข้อมูลเดิม เราอาจมองไม่เห็นอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังเติบโตและมีศักยภาพสูง” นายวราวุธกล่าว

@ สร้าง Supply Chain ใหม่-ปรับกฎหมายภาษี

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า การเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมใหม่ไม่ได้หมายถึงการลงทุนเฉพาะโรงงานหรือธุรกิจปลายทาง แต่ต้องสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)ใหม่ขึ้นมารองรับ ตั้งแต่ต้นน้ำ วัตถุดิบ ชิ้นส่วน ผู้ผลิต ไปจนถึงบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเกิดการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศมากที่สุด

“ถ้าเราต้องการให้อุตสาหกรรมใหม่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจจริง เราต้องไม่มองแค่ยอดลงทุน แต่ต้องดูว่า Supply Chain อยู่ที่ไหน และผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่นั้นได้มากน้อยแค่ไหน นี่คือโจทย์สำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรม” นายวราวุธกล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงพร้อมผลักดันร่าง พ.ร.บ.โรงงาน และ พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. และรัฐสภาตามขั้นตอน เพื่อให้กฎหมายทันต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมและรองรับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ กระทรวงอยู่ระหว่างประสานกระทรวงการคลังเพื่อทบทวน ภาษีสรรพสามิต โดยต้องการสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียม (Playing Field) ระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ ให้โครงสร้างภาษีเอื้อต่อการแข่งขันและไม่ทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบในตลาด

@ “วราวุธ” ลุยจีบโตโยต้ารักษาฐานผลิตไทย

สำหรับกระแสข่าวกรณีค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่างโตโยต้า มีท่าทีสนใจขยายการลงทุนไปยังประเทศอินโดนีเซียนั้น ยอมรับว่าคู่แข่งอย่างอินโดนีเซียมีความน่าสนใจในแง่ของผู้เล่นหน้าใหม่ แต่ประเทศไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานและรู้ใจกัน

“เราต้องช่วยกันฝ่าฟันไปให้ได้ และต้องมีมาตรการจูงใจ (Incentive) หลายเรื่องเพื่อดึงดูดให้เขายังอยู่กับเรา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายในการคิดกลยุทธ์จีบเขากลับมา”

ขณะที่ในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการใหม่และปรับฐานภาษีสรรพสามิต เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการในประเทศและรถยนต์นำเข้า เพื่อไม่ให้โครงสร้างต้นทุนเสียเปรียบเกินไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน