โตโยต้า ย้ำจุดยืน ต้องรื้อภาษีสรรพสามิตให้เร็วที่สุด ชี้ยิ่งเก็บมากยิ่งดีกับประเทศ หวังเกิดความเท่าเทียม และเป็นธรรมให้ค่ายรถที่ผลิตในประเทศ
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
เปิดเผยว่า หลังจากโตโยต้า ได้ เข้าไปหารือร่วมกับภาครัฐ ถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน เพื่อสะท้อนถึงสถานการณ์ความเป็นจริง โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำทางการแข่งขันระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย และรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน
สิ่งที่โตโยต้า ได้มีการหารือ และเสนอไปยังรัฐบาล คือการพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ เพื่อให้ความเท่าเทียมในการเเข่งขัน โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์อีวีจากจีน ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เสียภาษีสรรพสามิตต่างจากรถยนต์ ที่ผลิตในประเทศพอสมควร ทำให้การเเข่งขันค่อนข้างยาก
ประกอบกับ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่มีการลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศมากกว่า ผู้ที่ใช้ช่องโหว่ทางภาษี มาเป็นโอกาสในการนำเข้ารถยนต์มาจำหน่าย ส่งผลให้ ประเทศต้องสูญเสียภาษี ที่ควรต้องจัดเก็บมาใช้ในการพัฒนาประเทศต่อไป
“เห็นได้จากในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลพยายามส่งเสริมรถยนต์อีวี โดยการสนับสนุน เงิน มูลค่า 100,000 และ 50,000 บาท ซึ่ง เป็นการใช้เงินจากภาษี ขณะที่ค่ายรถบางรายอาศัยช่องว่างดังกล่าว นำเข้ารถมาจำหน่าย โดยที่ไม่มีแผนงานชัดเจนในการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งตรงนี้ทำให้ผู้ที่ตั้งใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเสียเปรียบ” นายศุภกร กล่าว
นายศุภกร ยังกล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญ ที่อยากสะท้อนไปยังรัฐบาล คือการ หันกลับมาพิจารณาถึงการ “ปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต”ใหม่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเที่ยม โดยเฉพาะกลุ่ม รถยนต์นำเข้า และผู้นำเข้าชิ้นส่วนมา ประกอบในประเทศไทย
หากมองในเรื่องของ อีโคโนมีออฟสเกล ประเทศจีนการขายรถในระดับ 20 ล้านคัน ขณะที่ประเทศไทยขายปีละ 6 แสนคัน เทียบแล้วจีนขายรถเพียงแค่ 2 อาทิตย์ เท่ากับตลาดประเทศไทยทั้งปี
อย่างไรก็ตามไทยไม่สามารถเเข่งขันในเรื่องของต้นทุนได้ และ การที่ค่ายรถจีนนำเข้า รถยนต์เพื่อมาจำหน่ายในประเทศไทย นั้น สามารถทำได้ และยังคงมีความได้เปรียบในเรื่องของต้นทุน แต่ขณะเดียวกันยังได้แต้มต่อ ด้านภาษีของประเทศไทย ทำให้มีความได้เปรียบทางการแข่งขันค่อนข้างมาก
ขณะที่รถยนต์ผลิตในประเทศไทย ยังต้องเสียภาษีในทุกขั้นตอน รถนำเข้าจากจีนจ่าย 8% และยังได้การสนับสนุนภาษีจากรัฐบาลอีก จริงอยู่ผู้บริโภคได้ใช้รถยนต์ที่ราคาถูกลงเป็นเรื่องที่ดี แต่ประเทศได้อะไรจากการสนับสนุน และจ่ายโดยรัฐบาล ซึ่งค่ายรถจีน มีแต่ได้กับได้
“ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สนับสนุน ให้ผู้บริโภคได้ใช้รถยนต์ราคาถูกลง แต่เราต้องการให้รัฐบาลีพิจารณาถึงรายละเอียดอย่างแท้จริง ตลาดรถยนต์บ้านเราขายปีละ 6 เเสนคัน มีการเก็บภาษี เพื่อนำไปพัฒนาประเทศได้ แต่ใช้โครงสร้างภาษีปัจจุบันทำให้ เงินภาษีที่ควรจัดเก็บได้หายไป และอนาคตถ้ายังปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้
สุดท้ายจะไม่มีเงินให้รัฐบาลนำมาชดเชยตรงนี้ ทั้งนี้ การเสนอให้รัฐบาล พิจารณาปรับโครงสร้างภาษีการนำเข้ารถยนต์ใหม่ว่า หากเป็นไปได้รัฐบาลควรดำเนินการให้เร็วที่สุด และจัดเก็บในอัตราที่มากสุด“ นายศุภกร กล่าว
ส่วนโตโยต้า แม้จะได้รับผบลกระทบ จากการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์นำเข้าครั้งนี้ แต่เราพร้อม เพราะต้องการให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม หรือ “แฟร์เพลย์” โดย ยึดหลัก ประโยชน์ของประเทศไทยต้องมาก่อน
ทั้งนี้ โตโยต้า ไม่ได้ต่อต้านรถยนต์อีวี เพียงแต่ต้องการให้รัฐบาลพิจารณาโครงสร้างภาษีใหม่ ให้เกิดความเป็นธรรม และเท่าเทียม และเป็นธรรมกับค่ายรถยนต์ที่มีการลงทุนผลิตในประเทศไทย รวมทั้งค่ายรถอีวีที่ความตั้งใจผลิตในประเทศไทยด้วย
“เรายอมรับว่ารถบางประเภทเราอาจจะแข่งขันไม่ได้ แต่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ต้องแฟร์เกม อย่าชกใต้เข็มขัด เพื่อให้ทุกคนอยู่บนมาตรฐานการเเข่งขันเดียวกัน ส่วนลูกค้าโตโยต้าวางใจ และต้องการใช้รถ BEV ของโตโยต้า เราก็มีรถไว้ตอบความต้องการ เพราะลูกค้ามั่นใจในโตโยต้า” นายศุภกร กล่าว