BAM ลุยตั้ง 3 บริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วมทุน ดันพอร์ตทะลุ 6 แสนล้านสิ้นปี

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือBAM เปิดเผยระหว่างการประชุมนักวิเคราะห์ หรือ Analyst Meeting เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานไตรมาส 2 และครึ่งปีแรก 2569 ว่า มีผลเรียกเก็บรวมไตรมาส 2 อยู่ที่ 3,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ส่งผลให้ ครึ่งปีแรกมีผลเรียกเก็บรวม 6,539 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 451 ล้านบาท เริ่มสะท้อนสัญญาณฟื้นตัวการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่วนทิศทางสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 จะเดินหน้าสร้าง Resilient Business Model

เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของผลประกอบการในระยะยาว ผ่านเครื่องยนต์สำคัญทั้ง TDR Factory, การลงทุนซื้อหนี้แบบ Selective, การบริหาร Cost of Funds ให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง และการขยายธุรกิจ JV AMC เพื่อมุ่งสร้างผลเรียกเก็บที่มีคุณภาพและกระจายตัว ลดการพึ่งพาผลเรียกเก็บจากลูกหนี้รายใหญ่เพียงไม่กี่ราย หรือ Big Ticket ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ หรือ NPL และทรัพย์สินรอการขายหรือ NPA พร้อมทั้งสร้างรายได้ใหม่ผ่านเครือข่ายพันธมิตร มากขึ้น และยังคงเป้าหมายสร้างกำไรสุทธิปี 2569 ในระดับใกล้เคียง 2,000 ล้านบาท

โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการเร่งขยายผล “โครงการเริ่มต้นใหม่กับBAM” ซึ่งนำแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้ที่ยืดหยุ่นมาใช้กับลูกหนี้กลับเขาสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันยังช่วยเปลี่ยน NPL ให้กลับมาสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง ลดการรอผลเรียกเก็บจากรายการขนาดใหญ่ และสร้างคุณภาพของรายได้ให้มีความสม่ำเสมอมากขึ้น

ด้านธุรกิจ NPA เตรียมต่อยอด “ทรัพย์มหาชน Plus” เพื่อเร่งการหมุนเวียนทรัพย์และขยายฐานลูกค้า ด้วยเงื่อนไขที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงทรัพย์ของBAM ได้ง่ายขึ้น โดยมุ่งเปลี่ยนสินทรัพย์ที่รอการขายให้กลับมาสร้างมูลค่าและหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญในครึ่งปีหลัง 2569 คือการขยาย JV AMC ร่วมกับพันธมิตรสถาบันการเงิน ซึ่งBAM มองว่าจะเป็น “เครื่องยนต์ใหม่” ของการเติบโต โดยยืนยันแผนจัดตั้ง JV AMC เพิ่มอีก 3 แห่ง ตามแผนงานที่วางไว้ และคาดว่า JV แห่งแรกจะสามารถจัดตั้งได้เร็วที่สุดในช่วงปลายไตรมาส 3 ปี 2569 ก่อนทยอยเดินหน้าจัดตั้ง JV ที่เหลือตามลำดับ เพราะการขยาย JV AMC จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับและบริหารสินทรัพย์ NPL จากระบบสถาบันการเงิน โดยนำความเชี่ยวชาญของBAM ในการบริหาร NPL และ NPA ไปผสานกับฐานสินทรัพย์และศักยภาพของพันธมิตร สร้างโอกาสในการขยายฐานรายได้และผลตอบแทนระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องเติบโตจากสินทรัพย์ที่BAM ลงทุนและถือครองเองเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม จากยุทธศาสตร์ดังกล่าวBAM คาดว่า เมื่อรวมสินทรัพย์ของบริษัทฯ และสินทรัพย์ภายใต้บริษัทที่ร่วมลงทุน จะผลักดันให้มูลค่าพอร์ตสินทรัพย์รวมภายใต้ “BAM Universe” ทะลุ 600,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2569 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเปลี่ยนจากการเติบโตบนฐานพอร์ตของBAM ไปสู่การสร้าง Ecosystem การบริหารสินทรัพย์ที่มีพันธมิตรเป็นส่วนสำคัญในการขยายธุรกิจ

“ครึ่งปีหลัง 69 จะมี Momentum ดีขึ้นจากผลเรียกเก็บธุรกิจปกติ ซึ่งเราไม่ได้ต้องการให้BAM เติบโตเพียงเพราะมีพอร์ตที่ใหญ่ขึ้น แต่ต้องการสร้าง Business Model ที่แข็งแรงขึ้น รายได้กระจายตัวขึ้น และกำไรมีความสม่ำเสมอมากขึ้น การลดการพึ่งพา Big Ticket ควบคู่กับการเร่ง TDR Factory การหมุนทรัพย์ NPA และการขยาย JV AMC จะทำให้BAM มีเครื่องยนต์สร้างรายได้หลายตัวที่ทำงานไปพร้อมกัน และนี่คือจุดเริ่มต้นของการขยายจากBAM สู่ “BAM Universe” ที่สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืน” นายรักษ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน