กสิกร อัพเป้าต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้เป็น 31.3 ล้านคน ลุ้นรายแตะ 1.54 ล้านล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยในช่วงที่เหลือของปี 2569 มีสัญญาณดีขึ้นเล็กน้อย โดยหากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่รุนแรงจนกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศ และไม่มีการปิดน่านฟ้า จะเป็นแรงหนุนให้ตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรปทยอยกลับมาเดินทางในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญของตลาดยุโรป

จากข้อมูลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-8 สิงหาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 19.15 ล้านคน ลดลง 2.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยกดดันสำคัญ ได้แก่ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่รุนแรงขึ้น และปัญหาเศรษฐกิจในหลายประเทศที่ส่งผลต่อแผนการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับเพิ่มประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 เป็น 31.36 ล้านคน ลดลง 4.9% จากปี 2568 จากเดิมที่คาดว่าจะมีเพียง 30 ล้านคนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สะท้อนว่าตลาดท่องเที่ยวในช่วงปลายปีมีโอกาสฟื้นตัวดีกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า

แรงหนุนสำคัญมาจากการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลาง หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ลุกลาม นอกจากนี้ ราคาบัตรโดยสารในหลายเส้นทางเริ่มปรับลดลงจากช่วงที่เกิดเหตุการณ์สู้รบ แม้ยังอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยปีก่อน ขณะที่สายการบินหลายแห่งกลับมาจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการเดินทาง

อีกปัจจัยที่น่าจะช่วยกระตุ้นตลาดในช่วงปลายปี คือการจัดงานประชุมและอีเวนต์ระดับโลกในไทย อาทิ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF-WBG Annual Meetings 2026 รวมถึงเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland Thailand และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่

แต่ตลาดยังเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีความเปราะบาง โดยเฉพาะการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่รุนแรงขึ้นและพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะที่หลายประเทศในภูมิภาค เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เติบโตได้

สำหรับตลาดหลักของไทยที่มีแนวโน้มลดลง ได้แก่ เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินเดีย และอินโดนีเซีย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียที่ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 เดินทางมาไทยลดลง 23.2% จากปีก่อน ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลง โดย ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ค่าเงินรูเปียห์เมื่อเทียบกับเงินบาทอ่อนค่าประมาณ 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ตลาดเกาหลีใต้ยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและตลาดหุ้น โดยนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางไปต่างประเทศในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมลดลง 5.9% ส่งผลให้แนวโน้มการเดินทางมาไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

นอกจากนี้ แผนเที่ยวบินล่วงหน้ามาไทยในช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน 2569 ณ วันที่ 31 กรกฎาคม ปรับลดลง 2.1% จากแผน ณ วันที่ 16 กรกฎาคม สะท้อนความไม่แน่นอนของตลาด โดยเที่ยวบินที่ลดลงส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้

รายได้ท่องเที่ยว 1.54 ล้านล้านบาท

ด้านรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.54 ล้านล้านบาท ลดลง 3.1% จากปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปอยู่ที่ประมาณ 49,000 บาท เพิ่มขึ้น 2% จากปี 2568

ภาพรวมการใช้จ่ายยังค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรายได้ปานกลาง และมีพฤติกรรมระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่ายในหมวดของฝากและของที่ระลึก ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงชุมชนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวมองหาประสบการณ์ท้องถิ่นที่คุ้มค่ากับงบประมาณ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปสูงกว่าค่าเฉลี่ยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 53% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด จากก่อนโควิดที่มีสัดส่วนเพียง 30% โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวระยะไกลจากยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง รวมถึงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อรายได้ท่องเที่ยวของไทยในระยะต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน