เอกนิติ ขีดเส้น 30 วัน สรุปผลสอบบิ๊ก ธ.ก.ส. ปมสหภาพฯ ร้องเรียน 8 ประเด็น
14 ส.ค. 2569 -นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากกรณีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธ.ก.ส. (สร.ธกส.) ส่งข้อร้องเรียนให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นั้น ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นัดพิเศษวันนี้ ได้มีมติให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพิจารณาใน 8 ประเด็นที่สหภาพแรงงานฯ ยื่นเรื่องร้องเรียนมา โดยมีผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นกรรมการอิสระทำหน้าที่เป็นประธานตรวจสอบ
“คณะกรรมการชุดนี้มีกรอบเวลาทำงาน 30 วัน เพื่อสืบสวนให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเกิดความโปร่งใสที่สุด โดยหากประเด็นใดตรวจสอบเสร็จสิ้นก่อนสามารถรายงานผลได้ทันที”
ทั้งนี้ในการประชุมวันนี้ นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสสูงสุด
“ยืนยันว่าเมื่อมีข้อร้องเรียนเข้ามากบอร์ดก็ได้เทคแอคชั่นอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย”
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะรองประธานบอร์ดและประธานกิจการสัมพันธ์ เป็นผู้ทำหน้าที่สื่อสารและสร้างความเข้าใจกับพนักงาน โดยเน้นย้ำว่าหลักใหญ่ใจสำคัญของ ธ.ก.ส. คือการดูแลเกษตรกร ลูกค้า และพนักงาน ตามภารกิจหลักขององค์กร
“ผมคิดว่าในภาพใหญ่เราต้องยึดมั่นในภารกิจของ ธ.ก.ส. ที่ต้องดูแลลูกค้า ดูแลพนักงงาน เวลามีข้อเท็จจริงอะไรใหม่ๆ เข้ามาเราก็ต้องสอบสวนก่อนเพราะการที่เราได้ข้อมูลที่ครบถ้วนจะทำให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใส”
ส่วนข้อกังวลเรื่องการใช้จ่ายเงินที่มองว่าฟุ่มเฟือยนั้น ดร. เอกนิติ เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. มีระเบียบการใช้เงินกำกับดูแลอยู่แล้ว ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบจะเข้าไปดูรายละเอียดในส่วนนี้ด้วย
นายเอกนิติ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ชำระหนี้คืนให้แก่ ธ.ก.ส. ตามมาตรา 28 เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เพื่อเป็นการสร้างวินัยการคลังและปกป้องสภาพคล่องของธนาคาร ขณะที่นโยบายในอนาคตการใช้เงินผ่านมาตรา 28 จะต้องมีการวิเคราะห์ความคุ้มค่าอย่างละเอียดก่อนดำเนินการ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินจะถูกนำไปช่วยเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ส่วนกรณีข้อเสนอขยายวงเงินช่วยเหลือเกษตรกรจากไร่ละ 1,000 บาท เป็น 2,000 บาท นั้น ดร. เอกนิติ เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ยังไม่ได้มีการประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตามยืนยันชัดเจนว่าไม่สามารถใช้เงินจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาทได้เนื่องจาก พ.ร.ก. มีวัตถุประสงค์เพื่อการเยียวยาวิกฤตพลังงานและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจเท่านั้น