ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ ประกาศจุดยืน หนุนเตาเทคโนโลยี EAF ผลิตเหล็ก ยกระดับคุณภาพ และมาตรฐานความปลอดภัยอุตสาหกรรมเหล็กของไทยที่สูงขึ้น
นายอนุรัก ปานเดย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Tata Steel ผู้ผลิตเหล็กทรงยาวรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่าขอประกาศจุดยืนเลือกใช้เทคโนโลยีเตาอาร์กไฟฟ้า หรือ EAF (Electric Arc Furnace) เป็นทิศทางการผลิตเหล็กระยะยาว
บริษัทเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีการผลิตเหล็กแต่ละประเภทมีความเหมาะสมแตกต่างกันไปตามตลาดและลักษณะการใช้งาน แม้ปัจจุบันยังมีการใช้เทคโนโลยีเตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า หรือ IF (Induction Furnace) ในบางตลาด แต่เราเลือก EAF เป็นส่วนหนึ่งของทิศทางเทคโนโลยีในระยะยาว
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยี EAF ทั้งในอินเดียและยุโรป สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพเหล็ก เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมกระบวนการผลิต ลดการปล่อยคาร์บอน และให้สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมเหล็กโลก
นายอนุรัก มองว่าการเลือกเทคโนโลยีไม่ควรพิจารณาจากต้นทุนการผลิตหรือเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมของเหล็กที่ส่งมอบให้กับลูกค้าและสังคม โดยเฉพาะเหล็กที่ใช้ในอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคุณภาพและความสม่ำเสมอของวัสดุมีส่วนสำคัญต่อความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของโครงสร้าง
“เรายืนยันแนวทางระยะยาวในการสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวสู่ มาตรฐานคุณภาพเหล็กที่สูงขึ้น การควบคุมกระบวนการผลิตที่เข้มแข็งขึ้น และการผลิตเหล็กที่มีความยั่งยืนมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ความรับผิดชอบของเราไม่ใช่เพียงการผลิตเหล็กสำหรับวันนี้ แต่คือการมีส่วนร่วมในการสร้างอุตสาหกรรมเหล็กที่ประเทศไทยต้องการสำหรับอนาคต ที่สำคัญเทคโนโลยีควรเป็นพลังขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมเหล็กก้าวไปข้างหน้า ทั้งด้าน คุณภาพ ความยั่งยืน และความปลอดภัยพร้อมกันด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 17 ส.ค.นี้ ต้องจับตาการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างมาตรฐานเหล็กฉบับใหม่ที่การใช้เหล็กจากเตาหลอม IF ถูกจับตาเป็นพิเศษว่ามีข้อจำกัดด้านการคุณภาพเหล็กและความปลอดภัย