BANPU เผยผลงานครึ่งปีแรก 2569 รายได้ 2,778 ล้านดอลลาร์ EBITDA 596 ล้านดอลลาร์ กำไรสุทธิ 61 ล้านดอลลาร์ รับแรงหนุนยอดขายก๊าซสหรัฐเพิ่ม-ราคาถ่านหินฟื้น

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU กล่าวว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้จากการขายรวม 2,778 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 89,222 ล้านบาท EBITDA 596 ล้านดอลลาร์ หรือ 19,168 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงาน 61 ล้านดอลลาร์ หรือ 1,979 ล้านบาท

โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น และราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ควบคู่กับการบริหารสินทรัพย์และต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการดำเนินงานดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ หลังการควบบริษัทระหว่างบ้านปูและบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และจัดตั้งบริษัท บ้านปูใหม่ โดยหุ้น BANPU เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569

ผลงานครึ่งปีแรกสะท้อนจุดแข็งของบ้านปูจากพอร์ตโฟลิโอโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันด้านพลังงานแบบครบวงจร รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่การจัดตั้งบ้านปูหลังการควบรวมจะช่วยผสานศักยภาพระหว่างธุรกิจ เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล

“เราจะเดินหน้าขยายขีดความสามารถด้านพลังงานอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานและรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากการขยายตัวของ AI และ Data Centers” นายสินนท์กล่าว

สำหรับกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ มีปริมาณการขายก๊าซ 172 พันล้านลูกบาศก์ฟุต เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ II รักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟได้สูงถึง 90% รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

ส่วนโครงการ CCS Barnett Zero กักเก็บคาร์บอนได้ 64,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และโครงการ Cotton Cove และ Eagle Ford เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

ด้านกลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ มีปริมาณขายถ่านหินรวม 18 ล้านตัน โดยเหมืองในอินโดนีเซียและมองโกเลียมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น ขณะที่บ้านปูยังเดินหน้าหาโอกาสลงทุนในแร่เชิงกลยุทธ์ เช่น นิกเกิลและบอกไซต์ เพื่อรองรับห่วงโซ่คุณค่าของเทคโนโลยีพลังงานและระบบกักเก็บพลังงานในอนาคต

ส่วนกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง มีกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรวม 1,011 เมกะวัตต์ และเร่งขยายธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำ

โดยมีโครงการ BESS รวม 10 โครงการในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน และสหรัฐ กำลังไฟฟ้ารวม 692 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง ขณะที่ธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่นจำหน่ายไฟฟ้าได้ 3,045 กิกะวัตต์ชั่วโมง

สำหรับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต เดินหน้าขยายบริการ Net Zero Solutions พร้อมให้คำปรึกษาด้าน Net Zero แก่ AOTGA และลงทุนผ่าน Corporate Venture Capital ในกองทุน 16 กองทุน และบริษัทโดยตรง 6 แห่ง โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพเติบโตสูง รวมถึงอยู่ระหว่างศึกษาโอกาสลงทุนในห่วงโซ่คุณค่าของ AI

ทั้งนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น สะท้อนการสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินและการขยายธุรกิจตามกลยุทธ์ Energy Symphonics

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน