อสมท. เปิดขายเอกสารประมูลสิทธิ์เช่าที่ดิน 50 ไร่ ย่านรัชดา–พระราม 9 มูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท ถึง 26 ส.ค.นี้ เผยทุนใหญ่สนใจซื้อซอง เตรียมคัดเลือกเอกชนและเจรจาสัญญาให้เสร็จปี 2570 พร้อมวางแผนสำรอง หากประมูลไม่สำเร็จเปลี่ยนเป็นเช่าระยะสั้น ดันรายได้จาก 10 ล้านบาทแตะ 100 ล้านบาทต่อปี นำกระแสเงินสดเสริมธุรกิจสื่อ เดินหน้า MCOT Next รับการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital–Streaming

เปิดขายเอกสารที่ดิน 50 ไร่ ดึงทุนใหญ่ชิงสิทธิ์เช่าระยะยาว
นางสาวญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อสมท.เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ MCOT Next โดยให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ หรือ Asset Monetization เพื่อสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าสู่องค์กร และนำไปสนับสนุนการดำเนินงาน รวมถึงการลงทุนในธุรกิจสื่อรูปแบบใหม่
โครงการสำคัญคือการนำที่ดินของ อสมท.บริเวณรัชดา–พระราม 9 เนื้อที่กว่า 50 ไร่ ออกจัดหาประโยชน์ในรูปแบบการให้เช่าระยะยาว โดยเปิดจำหน่ายเอกสารโครงการตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 2569 และกำหนดปิดจำหน่ายเอกสารวันที่ 26 ส.ค. 2569
ปัจจุบันมีบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้ความสนใจและเข้าซื้อเอกสารแล้ว แต่ อสมท.ยังไม่สามารถเปิดเผยจำนวนและรายชื่อได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สิน โดยหลังปิดการจำหน่ายเอกสารจะมีการชี้แจงรายละเอียดและตอบข้อซักถาม ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอและคัดเลือกเอกชน

ทำเลศักยภาพสูง 9,000 ล้าน เชื่อมรถไฟฟ้า 2 สาย
สำหรับที่ดิน 50 ไร่ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์หลักของ อสมท. มีราคาประเมินประมาณ 400,000 บาทต่อตารางวาขึ้นไป คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 9,000 ล้านบาท โดยบริษัทไม่มีนโยบายขายกรรมสิทธิ์ แต่จะใช้รูปแบบการให้เช่าระยะยาว เพื่อรักษาสินทรัพย์และสร้างรายได้ประจำในอนาคต
จุดแข็งสำคัญอยู่ที่ทำเลซึ่งตั้งอยู่ในย่านธุรกิจและแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของกรุงเทพฯ ใกล้ถนนรัชดาภิเษก ด้านเหนือติดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและกระทรวงวัฒนธรรม ด้านทิศใต้ติดถนนเทียมร่วมมิตร ด้านทิศตะวันออกติดลำชวดกระทุ่มโพง ส่วนด้านทิศตะวันตกติดที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทยและศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน
พื้นที่ยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมรองรับ โดยอยู่ใกล้จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสำคัญ ทั้ง สายสีส้มและสายสีน้ำเงิน รวมถึงมีแนวคิดพัฒนาทางเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าโดยตรงแบบ Seamless Integration ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ดึง Traffic เข้าสู่พื้นที่ และเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์
“สำหรับทางเข้า – ออก ที่ดิน 50 ไร่ ของ อสมท. ได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อขออนุญาตใช้ที่ดินของ รฟม. เป็นทาง เข้า – ออก สู่ทางสาธารณะ จำนวน 2 ช่องทาง ช่องทางละ 20 เมตร) รวมถึงมีทางเข้า – ออก ภาระจำยอมด้านกระทรวงวัฒนธรรมอีกด้วย”นางสาวญาดา ย้ำชัด
เปิดกว้างพัฒนาโครงการ
อสมท.เปิดโอกาสให้เอกชนเสนอรูปแบบการพัฒนาได้อย่างกว้างขวาง โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะธุรกิจประเภทใดประเภทหนึ่ง สามารถพัฒนาได้ทั้งโครงการขนาดใหญ่ อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม หรือโครงการผสมผสานที่เหมาะสมกับทำเล
เนื่องจากพื้นที่โดยรอบมีทั้งอาคารพักอาศัย สำนักงานของบริษัทชั้นนำ ตลอดจนสถานที่สำคัญของภาครัฐและศูนย์วัฒนธรรม จึงมีศักยภาพรองรับทั้งกลุ่มคนทำงาน ผู้อยู่อาศัย นักท่องเที่ยว และผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ
ผลตอบแทนจากการให้เช่าระยะยาวจะประกอบด้วย ค่าตอบแทนส่วนแรก ค่าเช่ารายปี และส่วนแบ่งรายได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา ซึ่งจะช่วยให้อสมท.มีรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว โดยไม่ต้องสูญเสียกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์
เปิดไทม์ไลน์ชัด คาดลงนามสัญญาปี 2570
สำหรับกรอบเวลาการคัดเลือก หลังปิดจำหน่ายเอกสาร จะมีการชี้แจงรายละเอียดภายใน 7 วัน ก่อนเข้าสู่ช่วงจัดทำและยื่นข้อเสนอภายใน 60 วัน และใช้เวลาคัดเลือกประมาณ 30 วัน โดยคาดว่าจะสรุปผลการคัดเลือกในเดือนพ.ย. 2569
จากนั้นในเดือนธ.ค.จะเสนอผลการคัดเลือกต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อขออนุมัติ ก่อนเข้าสู่กระบวนการเจรจาร่างสัญญาในเดือนม.ค. 2570 และเสนอร่างสัญญาต่อคณะกรรมการในเดือนก.พ. พร้อมส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจทาน
ในเดือนมี.ค.จะนำผลการตรวจร่างสัญญาเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท ก่อนจัดประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) ในเดือนเมษายน เพื่อเสนอผลการคัดเลือกและร่างสัญญาที่ผ่านการตรวจทาน และคาดว่าจะสามารถ ลงนามสัญญากับเอกชนได้ภายในเดือนพ.ค.2570
หากไร้ผู้ประมูล พลิกเกมเช่าระยะสั้น ดันรายได้ 100 ล้าน/ปี
นางสาวญาดากล่าวว่า อสมท.เตรียมแผนรองรับกรณีไม่สามารถหาผู้เช่าระยะยาวได้ โดยจะนำพื้นที่ 50 ไร่มาใช้ประโยชน์ในรูปแบบ การให้เช่าระยะสั้น เพื่อสร้างรายได้และกระแสเงินสดระหว่างรอการพัฒนาโครงการระยะยาว
ปัจจุบันพื้นที่มีผู้สนใจเช่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดกิจกรรม Music Festival เทศกาลและงานดนตรีระดับโลก ตลอดจนการใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ โดยอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดและความเหมาะสมของแต่ละโครงการ
ปัจจุบันการเช่าพื้นที่ระยะสั้นสร้างรายได้ประมาณ 10 ล้านบาทต่อปี แต่ อสมท.ตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากช่องทางดังกล่าวเป็น 100 ล้านบาทต่อปี หากสามารถเพิ่มจำนวนกิจกรรมและอัตราการใช้ประโยชน์พื้นที่ได้เต็มศักยภาพ
โดยปัจจุบันพื้นที่ได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานแล้ว จึงสามารถรองรับกิจกรรมขนาดใหญ่ได้ หากการประมูลระยะยาวยังไม่สามารถปิดดีลได้ตามกรอบเวลา อสมท.สามารถเร่งทำตลาดพื้นที่เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์และสร้างกระแสเงินสดได้ทันที

จัดพอร์ตที่ดินหนองแขม–บางไผ่ สร้างรายได้ต่อเนื่อง
นอกจากที่ดินรัชดาฯ แล้ว อสมท.ยังเตรียมนำที่ดินอีก 2 แปลง ได้แก่ หนองแขมและบางไผ่ มาจัดหาประโยชน์เพิ่มเติม โดยเน้นรูปแบบการให้เช่าระยะยาวเช่นเดียวกัน และไม่มีแผนขายกรรมสิทธิ์
ที่ดินหนองแขมมีมูลค่าประเมินเดิมประมาณ 400 ล้านบาท ส่วนที่ดินบางไผ่มีมูลค่าประเมินประมาณ 300 ล้านบาท โดยบริษัทจะดำเนินการประเมินมูลค่าใหม่ให้เป็นปัจจุบันก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดหาประโยชน์
อัดเงิน MCOT Next เปลี่ยนผ่าน Digital–Streaming ใช้ AI ลดต้นทุน
นางสาวญาดา ยังกล่าวถึงแผนดำเนินงานภายใต้ ยุทธศาสตร์ MCOT Next โดย อสมท.จะเร่งเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจสื่อแบบเดิมไปสู่ Digital Platform และ Streaming เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปรับชมคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น
บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ข่าวและสาระซึ่งเป็นภารกิจหลัก ขณะที่ธุรกิจบันเทิงจะมุ่งสร้างรายได้ผ่านระบบสมาชิก Subscription การโฆษณา และการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างโมเดลรายได้ที่หลากหลายมากขึ้น
ขณะเดียวกัน อสมท.อยู่ระหว่างศึกษาการนำ AI มาใช้ในกระบวนการผลิตคอนเทนต์ โดยร่วมทุนกับพันธมิตรจากประเทศจีน โดยเฉพาะการผลิตภาภาพยนตร์และซีรีส์แนวตั้งสำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมีศักยภาพช่วยลดต้นทุนการผลิต โดยปัจจุบันผู้ผลิตบางรายสามารถสร้างภาพยนตร์ด้วย AI ความยาวประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ด้วยต้นทุนราว 2–3 ล้านบาท เทียบกับละครทั่วไปที่อาจมีต้นทุนประมาณ 10–20 ล้านบาทต่อเรื่อง
“ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตหนัง AI หลายราย โดยมีโมเดลคือ อสมท. อาจไม่ต้องลงทุนเอง แต่จะให้ทางพันธมิตรจีน เป็นผู้ลงทุนผลิต และนำมาลงในแพลตฟอร์มเพื่อแบ่งผลกำไร ทั้งจากค่าสมาชิก (Subscription) และสปอนเซอร์โฆษณา
ทั้งนี้เป้าหมาย เพื่อให้ได้คอนเทนต์ที่มีความหลากหลาย เช่น ธีมหนังจีนกำลังภายใน หรือดราม่า โดยใช้ต้นทุนเพียง 2-3 ล้านบาทต่อเรื่อง ซึ่งต่ำกว่าการจ้างดาราหรือการผลิตละครปกติที่ใช้เงินถึง 10-20 ล้านบาท”
6 เดือนแรกขาดทุนลด เร่งสร้างกระแสเงินสด
สำหรับภาพรวมผลประกอบการและสถานะทางการเงินของ MCOT ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 มีภาวะขาดทุนที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการพยายามลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นน้อยที่สุดออกไป แม้ว่าที่ผ่านมาบริษัทจะประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องมาเป็นจำนวนมากก็ตาม
โดยครึ่งปีแรกของปีนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 600 กว่าล้านบาท ซึ่งบริษัทตั้งเป้าที่จะควบคุมค่าใช้จ่ายทั้งปีให้อยู่ในระดับประมาณ 1,200 ล้านบาทเศษ ทั้งนี้จะมุ่งไปที่การบริหารจัดการโดยลดสิ่งที่ไม่จำเป็น (Lean) ท่ามกลางสถานการณ์รายได้ โดยเฉพาะจากโฆษณาซึ่งปัจจุบันค่าโฆษณาทางทีวีอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ตามสภาวะตลาดที่งบโฆษณาไหลไปสู่ออนไลน์เป็นหลัก
ขณะที่เป้าหมายการกลับมามีกำไรอย่างเห็นผลสัมฤทธิ์นั้น นางสาวญาดา คาดการณ์ว่าจะน่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 1 หรือ 2 ของปี 2570 โดยในช่วงนี้จะมุ่งเน้นการรักษาสภาพคล่อง (Cash Flow) ให้เพียงพอต่อการหมุนเวียนค่าใช้จ่ายก่อน
“ที่ผ่านมาบริษัทยังได้ดำเนินการลดจำนวนบุคลากรลงอย่างต่อเนื่องจากประมาณ 1,400 คนในปี 2563 จนเหลือประมาณ 700 คนในปัจจุบัน รวมถึงยังมีลูกจ้างประจำอีก 200 คน ซึ่งขณะนี้บริษัทยังไม่มีแผนชัดเจนในการ Lean บุคคลากร”
นางสาวญาดา กล่าวและว่าการนำสินทรัพย์มาสร้างรายได้จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยหาเงินทุนรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ MCOT Next โดยเป้าหมายระยะสั้นไม่ได้มุ่งเพียงการกลับมามีกำไร แต่ต้องสร้างกระแสเงินสดให้เพียงพอต่อการหมุนเวียนภายในองค์กร และลดภาระต้นทุนอย่างต่อเนื่อง