เตือน 18 จังหวัด รับมือน้ำหลาก-ท่วม 19–21 ส.ค. หลังมรสุมซัดเหนือ-อีสาน

รายงานข่าวจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 19-21 สิงหาคม 2569 ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลากและน้ำท่วมขัง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้างแรงสภาพอากาศดังกล่าวจะส่งผลให้มีฝนตกหนักมากบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก

สทนช.ขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมเป็นประจำ เนื่องจากระบบระบายน้ำอาจระบายไม่ทัน รวมถึงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง จากฝนตกหนักมากและปริมาณฝนสะสม

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังรวม 18 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี และพื้นที่เสี่ยงตามปริมาณฝนสะสม

ทั้งนี้ จากรายชื่อจังหวัดที่ระบุในข้อมูลต้นทางมีทั้งหมด 17 จังหวัด ได้แก่ 10 จังหวัดภาคเหนือ 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัดภาคตะวันออก และกาญจนบุรี 1 จังหวัด ดังนั้น หากยึดข้อมูลที่ส่งมาอย่างเคร่งครัด ควรใช้ตัวเลข 17 จังหวัด ไม่ใช่ 18 จังหวัด

สำหรับสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 07.00 น. ปริมาณฝนสูงสุดรายภาค พบว่า ภาคเหนืออยู่ที่ จ.เชียงใหม่ 73 มม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.บึงกาฬ 35 มม. ภาคกลาง จ.ลพบุรี 22 มม. ภาคตะวันออก จ.สระแก้ว 30 มม. ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี 19 มม. และภาคใต้ จ.สตูล 70 มม.

วันที่ 17 สิงหาคม ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง

ขณะที่ช่วงวันที่ 18-22 สิงหาคม 2569 คาดว่าภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

สถานการณ์อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 48,320 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 60% ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การ 24,199 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 43%

แยกเป็นภาคเหนือมีน้ำ 15,915 ล้าน ลบ.ม. หรือ 58% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5,803 ล้าน ลบ.ม. หรือ 48% ภาคกลาง 641 ล้าน ลบ.ม. หรือ 34% ภาคตะวันออก 1,511 ล้าน ลบ.ม. หรือ 48% ภาคตะวันตก 19,672 ล้าน ลบ.ม. หรือ 69% และภาคใต้ 4,778 ล้าน ลบ.ม. หรือ 62%

ส่วนสถานการณ์ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 7,334 ล้าน ลบ.ม. หรือ 54% เขื่อนสิริกิติ์ 6,113 ล้าน ลบ.ม. หรือ 64% เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 288 ล้าน ลบ.ม. หรือ 31% และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 248 ล้าน ลบ.ม. หรือ 28%

ขณะที่ 3 เขื่อนหลักในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อ่างเก็บน้ำบางพระมีน้ำ 54 ล้าน ลบ.ม. หรือ 46% อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 84 ล้าน ลบ.ม. หรือ 51% และอ่างเก็บน้ำประแสร์ 196 ล้าน ลบ.ม. หรือ 66%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน