“พาณิชย์” ยืนยันมีมาตรการป้องกันการส่งสินค้าผ่านประเทศที่สาม-การแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสหรัฐฯ อย่างสร้างสรรค์

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงข้อกังวลของสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการส่งสินค้าผ่านประเทศที่สาม (transshipment) และการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้า ว่า ประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นดังกล่าว และให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า

“ไทยตระหนักถึงความเสี่ยงเรื่อง transshipment และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากพบการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าหรือการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไทยพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมยกระดับการตรวจสอบและความร่วมมือกับหน่วยงานของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยกรมการค้าต่างประเทศติดตามรายงานและท่าทีของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด” นางอารดา กล่าว

นางอารดา กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศ และกรมศุลกากรได้รายงานความคืบหน้า และชี้แจงมาตรการต่อสำนักงานศุลกากร และป้องกันชายแดนสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยได้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบหลายด้าน ทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลการผลิต ผู้ประกอบการร่วมกับกรมศุลกากร และกรมโรงงานอุตสาหกรรม และพาณิชย์จังหวัดการลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการ การตรวจสอบย้อนหลัง ถิ่นกำเนิดสินค้า และการดำเนินมาตรการผู้ประกอบการที่พบการกระทำผิด

ขณะเดียวกัน กรมการค้าต่างประเทศได้ปรับเพิ่มรายการสินค้าเฝ้าระวังร่วมกับ CBP จาก 49 รายการ 194 พิกัดศุลกากร เป็น 67 รายการ 274 พิกัดศุลกากร มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 พร้อมเตรียมพัฒนาระบบ ROVERs Plus โดยนำ AI มาช่วยตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านถิ่นกำเนิดสินค้า รวมทั้งได้อบรมผู้ประกอบการเกี่ยวกับกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและ Local Content แล้วกว่า 2,000 ราย

โดยเรื่องนี้ไทยไม่ได้เพิ่งเริ่มดำเนินการ แต่ได้ยกระดับระบบตรวจสอบมาอย่างต่อเนื่อง และระหว่างวันที่ 28–31 สิงหาคม 2569 กรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรจะพบกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อสื่อสารให้ฝ่ายสหรัฐฯ รับทราบและเห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการป้องกันและยกระดับการแก้ปัญหา transshipment อย่างเป็นรูปธรรม

“การค้าเพิ่มขึ้นอาจเป็นสัญญาณที่ควรตรวจสอบ แต่ไม่ใช่หลักฐานว่ามีการหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้า เพราะการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานอาจเกิดจากการลงทุนใหม่ การย้ายฐานการผลิต หรือการเพิ่มกำลังการผลิตที่เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แท้จริง สิ่งสำคัญคือต้องแยกแยะกรณีดังกล่าวออกจากการแอบอ้างถิ่นกำเนิดหรือการหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้าให้ชัดเจนการประเมินสถานการณ์และขนาดของปัญหาจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจริงและการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสหรัฐฯ เพื่อให้สามารถแยกแยะความเสี่ยง ตรวจสอบข้อเท็จจริง และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด” นางอารดา กล่าว

 

นางอารดา กล่าวต่ออีกว่า ไทยพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ อย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานที่ตรวจสอบได้ เพื่อจัดการกับผู้กระทำผิดให้ตรงจุด ขณะเดียวกันต้องไม่สร้างภาระ ที่ไม่จำเป็นแก่ผู้ประกอบการ ที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต อีกทั้งจะส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกที่โปร่งใส และน่าเชื่อถือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน