ครม.ไฟเขียว งบ 2,854.74 ล้านบาท สร้างอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา เพิ่มน้ำต้นทุน 19 ล้าน ลบ.ม. รองรับ EEC เร่งจัดหาที่ดิน จ่ายค่าเวรคืน

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยะเวลา 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2575 กรอบวงเงิน 2,854.74 ล้านบาท เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน และเสริมความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชน และภาคการเกษตร รวมถึงรองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
โครงการดังกล่าวจะเพิ่มความสามารถในการเก็บกักน้ำต้นทุนประมาณ 19 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยพื้นที่รับประโยชน์ด้านการเกษตรในฤดูฝนประมาณ 10,000 ไร่ และฤดูแล้งประมาณ 3,000 ไร่ เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้เกษตรกร มีน้ำสำหรับการเพาะปลูก และช่วยให้สามารถวางแผนการผลิตได้สอดคล้องกับปริมาณน้ำในแต่ละฤดูกาล
ขณะเดียวกัน ยังสนับสนุนน้ำสำหรับ การอุปโภคบริโภคในพื้นที่ EEC จังหวัดฉะเชิงเทรา ประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี รวมถึงสนับสนุนการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศในการเสริมศักยภาพการผลักดันน้ำเค็มในแม่น้ำบางปะกง
โครงการยังมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตในพื้นที่ในระยะยาว โดยตลอดอายุโครงการ 50 ปี คาดว่าจะเกิดผลประโยชน์ด้านการเกษตรประมาณ 4,048.6 ล้านบาท ด้านการอุปโภคบริโภคประมาณ 1,892.5 ล้านบาท และด้านการประมงและจับสัตว์น้ำประมาณ 141.5 ล้านบาท รวมเป็นผลประโยชน์ประมาณ 6,082.6 ล้านบาท
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีกำชับให้กรมชลประทานเร่งรัด การจัดหาที่ดิน และจ่ายค่ารื้อย้ายทรัพย์สินให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงเร่งดำเนินการขอหนังสืออนุญาต จากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทราให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมดำเนินมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามแผนงานที่กำหนด
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะกำกับติดตามการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้ตามกรอบเวลา และบรรลุวัตถุประสงค์ในการเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน รองรับทั้งภาคการเกษตร การอุปโภคบริโภค และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ EEC
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเดินหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง เป็นการวางรากฐานความมั่นคงด้านน้ำให้จังหวัดฉะเชิงเทรา ทั้งสำหรับเกษตรกร และการเพาะปลูก การอุปโภคบริโภคของประชาชน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจใน EEC ควบคู่กับการดูแลด้านการประมงและระบบนิเวศ เพื่อให้พื้นที่มีน้ำรองรับทั้งในช่วงฝนและช่วงแล้ง และสามารถรับมือกับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้อย่างเป็นระบบ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน