ทีทีบี แจงกรณี ING ขายหุ้นผ่าน Private Placement มูลค่า 475 ล้านยูโร คาดลดสัดส่วนถือหุ้นจาก 19.5% เหลือ 11.6% ย้ำไม่กระทบโครงสร้างบริหารและกลยุทธ์ พร้อมชี้ช่วยเพิ่ม Free Float และสภาพคล่องระยะยาว ขณะที่ธนาคารเหลือวงเงินซื้อหุ้นคืน 14,000 ล้านบาท จากกรอบรวม 35,000 ล้านบาท

วันที่ 19 ส.ค. 2569 เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 ING Bank N.V. หรือ ING ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี (TTB) ได้รายงานผลการเสนอขายหุ้นสามัญของทีทีบีผ่านการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ให้แก่นักลงทุนสถาบัน เป็นมูลค่าประมาณ 475 ล้านยูโร

โดยระบุว่าเป็นการบริหารเงินทุนในเชิงรุกอย่างต่อเนื่องและเป็นแนวทางการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุน และภายหลังการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 21 ส.ค. 2569 ING คาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารฯ จะลดลงจาก 19.5% มาอยู่ที่ 11.6% ของจำนวนหุ้นที่ไม่รวมหุ้นซื้อคืน (Treasury Shares) ที่ทีทีบีถืออยู่

ทั้งนี้จากการรายงานดังกล่าว ทีทีบีได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและความเห็นไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและนักลงทุน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

การบริหารจัดการการลงทุนของผู้ถือหุ้นโดยตรง ธุรกรรมดังกล่าวเป็นการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนตามนโยบายและกลยุทธ์การลงทุนของผู้ถือหุ้นโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ทีทีบีไม่สามารถรับทราบล่วงหน้าหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจแต่อย่างใด

ผลกระทบเชิงบวกต่อสภาพคล่องและสัดส่วน Free Float โดยทีทีบีมองว่า การที่ ING ใช้วิธีการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) นอกกระดานหลักให้แก่นักลงทุนสถาบัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดแรงขายจำนวนมากในตลาดรองและช่วยจำกัดผลกระทบต่อการซื้อขายในกระดานหลัก

นอกจากนี้ ยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนที่สนใจสามารถเข้าลงทุนในหุ้น TTB ได้โดยตรง และช่วยเพิ่มสัดส่วนการกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้น TTB ในระยะยาว

ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกลยุทธ์หลักของธนาคาร: การปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นของ ING ในครั้งนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหาร การดำเนินงาน กรอบการกำกับดูแลกิจการ และการดำเนินกลยุทธ์หลักของทีทีบีแต่อย่างใด

เนื่องจากที่ผ่านมาทีทีบีมีการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนองค์กร (Transformation) อย่างต่อเนื่องและมีการเตรียมความพร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก

อีกทั้งยังไม่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระในการดำเนินธุรกิจและการบริหารงาน ซึ่งที่ผ่านมาทีทีบีได้วางรากฐานและสร้างความพร้อมของบุคลากรภายในองค์กรเพื่อให้สามารถบริหารจัดการและขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยทีมผู้บริหารชาวไทย โดยในปัจจุบันบทบาทหลักของ ING คงอยู่แต่เพียงในระดับคณะกรรมการธนาคาร (Board of Directors) ดังนั้น จึงไม่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการบริหารงาน

ขณะเดียวกันนายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี กล่าวสรุปว่าทีทีบียังคงมุ่งมั่นดำเนินงานตามเป้าหมายในการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ผ่านการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับที่เหมาะสมและยั่งยืน รวมถึงการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ภายใต้วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท ระยะเวลา 4 ปี (ปี 2568 ถึงปี 2571)

โดย ณ ปัจจุบัน ทีทีบีได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนสะสมแล้วเป็นมูลค่า 21,000 ล้านบาท และยังมีวงเงินคงเหลืออีก 14,000 ล้านบาท ซึ่งจากการที่ทีทีบีสามารถดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนได้เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ จึงทำให้มีความยืดหยุ่นในแง่ของกรอบเวลาสำหรับการดำเนินโครงการถัดไป ซึ่งธนาคารจะพิจารณากำหนดรูปแบบและวิธีการซื้อหุ้นคืนให้เหมาะสมโดยพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องรวมทั้งแนวโน้มภาวะตลาดทุน เพื่อให้การซื้อหุ้นคืนในแต่ละครั้งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นของธนาคาร

อย่างไรก็ดีผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 11.40 น. ราคาหุ้น TTB ติดอันดับหนึ่งหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด โดยราคาหุ้นอยู่ที่ 2.78 บาท ปรับลดลง 0.12 บาท หรือลบ 4.14% เมื่อเทียบกับวานนี้ (18 ส.ค.) ซึ่งราคาปิดที่ 2.90 บาาท ขณะที่ปริมาณการซื้อขายสูงถึง 2,916 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน