ศุภจี เร่งปั๊มส่งออก 12 ล้านล้านบาท เติมแรงส่งจีดีพีโตต่ำ
รมว.พาณิชย์ ชี้ GDP ไตรมาส 2 ยังไม่น่าพอใจ เดินหน้าเข็นส่งออก ดันมูลค่าทั้งปีทะลุ 12 ล้านล้านบาท พร้อมเตรียมบินเจรจาภาษีสหรัฐฯ ปลายเดือนส.ค. หวังสินค้าไทยได้ยกเว้นภาษีเพิ่มขึ้น
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในไตรมาส 2/69 ที่ขยายตัว 1.9% แต่ชะลอลงจากไตรมาส 1 ที่ขยายตัวได้ 2.8% ว่า ยังไม่พอใจกับตัวเลขนี้ โดยปัจจัยที่ GDP ไตรมาส 2/69 ถดถอยลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาพลังงาน และค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ ในภาคการส่งออกยังคงเป็นเครื่องยนต์ที่สำคัญในการผลักดันจีดีพี โดยคาดว่า ปี 69 นี้จะเห็นมูลค่าการส่งออกของไทย เติบโตได้ถึงสองหลัก ขณะที่มูลค่าการส่งออกในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.69) อยู่ที่ประมาณ 6.6 ล้านล้านบาท และคาดว่าทั้งปีน่าจะทำได้ถึง 12 ล้านล้านบาท หากสถานการณ์ช่วงที่เหลือของปีนี้ ไม่มีวิกฤตอื่นเข้ามาเพิ่มเติม
สำหรับความคืบหน้าการเจรจาภาษีสินค้ากับสหรัฐฯ นั้น ได้เตรียมส่งทีมเทคนิคเดินทางไปเจรจาประเด็น Agreement on Reciprocal Trade (ART) ในวันที่ 27-29 ส.ค. นี้ และตนจะตามไปในวันที่ 30 ส.ค.-1 ก.ย. รัฐบาลกำลังเร่งเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อสร้างความแน่นอนให้กับผู้ประกอบการ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการไต่สวนเรื่องประเด็นมาตรา 301 ซึ่งมี 2 เรื่อง คือ 1. เรื่องแรงงานบังคับ ซึ่งได้จบไปแล้ว และ 2. เรื่องผลผลิตส่วนเกิน ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าไทยสุ่มเสี่ยงสวมสิทธิ์สินค้า (Transshipment)
นางศุภจี กล่าวว่า ไทยมีความมั่นใจในการชี้แจง เพราะมีที่มาที่ไปและมีระบบรองรับอยู่แล้วว่า สัดส่วนการผลิตในประเทศสูงกว่าเกณฑ์ที่สหรัฐฯ กำหนด โดยมีสัดส่วนการผลิตในประเทศสูงถึง 75-90% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 60% ที่สหรัฐฯ กำหนด ใน 3 sector (ยาง, เครื่องจักร, ยานยนต์)
โดยปัจจุบัน สินค้าไทยกว่า 72% ได้รับการยกเว้นภาษีส่งออกไปสหรัฐฯ อยู่แล้ว และรัฐบาลกำลังเจรจาเพื่อจัดการส่วนที่เหลืออีก 28% โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่สหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตเองได้ ซึ่งคณะทำงานทีมเทคนิค มีกำหนดเจรจารอบสุดท้ายในช่วงปลายเดือนส.ค. ถึงต้นเดือนก.ย. เพื่อให้มีข้อสรุปในประเด็นนี้
นางศุภจี ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.น่าน ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เตรียมพร้อมรับมือปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่านและจังหวัดใกล้เคียง โดยกำชับให้กรมการค้าภายในไปประสานงานกับภาคเอกชน เพื่อสำรองสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลน