48 ปี ปตท. จากรากฐานความมั่นคง สู่ผู้นำพลังงานแห่งอนาคต ส่งต่อรายได้เข้ารัฐกว่า 1.38 ล้านล้านบาท พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดงานขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เนื่องในวาระครบรอบ 48 ปี ของ ปตท. โดยได้รับเกียรติจาก นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม

โดยมี นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ ปตท. และ นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน ปตท. ร่วมต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก กรุงเทพฯ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ยุคโชติช่วงชัชวาล (พ.ศ. 2521) ปตท. ร่วมขับเคลื่อนนโยบายของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ บทบาทรัฐวิสาหกิจที่นำรายได้เข้ารัฐ ดูแลสังคม ช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวหน้ามาอย่างทุกวันนี้

ยิ่งปัจจุบัน ประเทศไทยและโลกกำลังเผชิญความท้าทายที่ไม่เคยประสบมาก่อน ทำให้ความมั่นคงทางพลังงานมีความสำคัญไม่น้อยกว่าความมั่นคงทางอาหาร สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ ปตท. ซึ่งเป็นองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ ต้องก้าวไปข้างหน้าและรองรับทุกสถานการณ์ให้ผ่านพ้นไปให้ได้

“ในวันนี้ต้องขอบคุณ ปตท. และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันทำให้ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพสู่เวทีโลก เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศไทยต่อไป”

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ เปิดเผยว่า 48 ปี แห่งการสร้างรากฐานที่มั่นคงและการก้าวต่อไปอย่างยั่งยืนของ ปตท. ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน คู่ค้า พันธมิตรธุรกิจ องค์กรภาคีเครือข่ายความร่วมมือ ทั้งระดับประเทศและระดับสากล รวมถึงประชาชนคนไทยทุกคนที่ร่วมสนับสนุน

อีกทั้งที่ผ่านมา ปตท. มีผู้นำองค์กรที่ล้วนส่งต่อวิสัยทัศน์และนำองค์กรก้าวผ่านความท้าทายจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งการที่ผู้บริหาร และพนักงาน ทุ่มเทแรงกายแรงใจเป็นพลังสำคัญ ทำให้ ปตท. เติบโตแข็งแกร่ง สามารถทำหน้าที่สร้างความมั่นคงทางพลังงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ควบคู่การดูแลสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และในปัจจุบันแม้จะมีความท้าทายรอบด้าน แต่ ปตท. พร้อมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง กล่าวว่า การจัดงานในวันนี้ ภายใต้แนวคิด “จากรากฐานที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” เพื่อแสดงความขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ร่วมสนับสนุน ปตท. มาตลอดช่วงเวลา 48 ปี ทั้งการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและ ปิโตรเคมี รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทย

ปตท. มุ่งมั่น “สร้างรากฐานที่มั่นคง” ด้วยการดำเนินงานที่เด่นชัด นับตั้งแต่ยุค “โชติช่วงชัชวาล” ที่มีบทบาทในการสำรวจ พัฒนา และนำก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยขึ้นมาใช้ประโยชน์ วางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างครบวงจร

ขณะเดียวกัน ยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทย จากผู้ผลิต จัดหา และส่งมอบพลังงาน สู่การสร้างประสบการณ์การเดินทาง จนวันนี้สถานีบริการกลายเป็น “เพื่อนร่วมเดินทาง” ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงสุขภาพคนไทย

นอกจากนั้น ปตท. มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับการ “เคียงข้างสังคมไทย” ในทุกสถานการณ์ ทั้งโครงการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการอยู่เคียงข้างคนไทยในยามวิกฤติต่าง ๆ ผ่านการบรรเทาค่าครองชีพด้านพลังงาน และส่งมอบความช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ

ปตท. ยังได้ร่วม “สร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต” ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้องเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ โดยปรับโครงสร้างธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ส่งผลให้ ปตท. มีฐานะการเงินเข้มแข็งขึ้น กลายเป็นหุ้นกลุ่มพลังงานที่ช่วยเพิ่มมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ ก่อให้เกิดการพัฒนาตลาดทุนไทย ช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ

“ซึ่งตั้งแต่ปี 2544-2568 กลุ่ม ปตท. นำส่งรายได้คืนสู่ภาครัฐในรูปแบบเงินปันผลและภาษีเงินได้รวมกว่า 1.38 ล้านล้านบาท”

จากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันที่ ปตท. ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” มุ่งเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืน” ตามหลัก Energy Trilemma มั่นคง ยั่งยืน และเข้าถึงได้

พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศ ภายใต้กลยุทธ์ที่บูรณาการความยั่งยืนเข้าสู่ทุกกระบวนการของการดำเนินธุรกิจ ถือเป็นทิศทางการดำเนินงานสู่ “อนาคตที่ยั่งยืน” ด้วยการปรับพอร์ตโฟลิโอ

โดยในทางธุรกิจ ปตท. ไม่เพียงมุ่งเป้าสู่การเป็น Global LNG Player เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานในระดับภูมิภาค แต่ยังมุ่งเป็นแกนหลักของประเทศในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีการลดก๊าซเรือนกระจก อาทิ เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) การใช้ประโยชน์จาก Hydrogen การปลูกป่า มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050

จากการมุ่งยกระดับศักยภาพสู่การเป็น “องค์กรแชมเปี้ยนของไทย” ที่ร่วมนำพาประเทศ และองค์กรพันธมิตรไทยเติบโตสู่ระดับสากลร่วมกัน ผ่านธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และธุรกิจต่างประเทศอย่างครบวงจร ด้วยเครือข่ายสำนักงานการค้าระหว่างประเทศทั่วโลก ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นในฐานะองค์กรที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจในระดับนานาชาติ

ขณะเดียวกันยังคง “สร้างสังคมไทยให้แข็งแรงด้วยศักยภาพกลุ่ม ปตท.” พัฒนาชุมชน สังคม ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างโอกาสให้กับกลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ในรูปแบบ Social Enterprise

นอกจากนี้ ปตท. “บูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับธุรกิจ” เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI และนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตระยะยาว

อีกทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ส่งผลต่อการสร้างกำไรที่เพิ่มขึ้น และเกิดผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง สามารถรักษา Credit Rating ของกลุ่ม ปตท. สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและผู้ถือหุ้น

พิสูจน์ได้จากช่วงที่ผ่านมา เกิดความท้าทายสถานการณ์วิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ปตท. สามารถรักษาเสถียรภาพความมั่นคงทางพลังงาน สามารถจัดหาพลังงานให้คนไทยใช้ ไม่ขาดแคลน

ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการการดำเนินงาน ปตท. ตลอด 48 ปีที่ผ่านมา และสื่อสารเรื่องราวผ่านการเปิดตัว เพลง “เจิดจรัสชัชวาล” รวมถึงจะทยอยเผยแพร่มิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์โฆษณา ภาพยนตร์สั้นและภาพยนตร์อินดี้ เพื่อเข้าถึงประชาชนและคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ อีกทั้งในงานมีการประมูลผลงานศิลปะจากโครงการศิลปกรรม ปตท. เพื่อนำรายได้สมทบทุนสภากาชาดไทย อีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน